วันพฤหัสบดีที่ 12 มกราคม พ.ศ. 2555

ฤกษ์ไหว้ เทพไฉ่ซิ่งเอี้ย เทพเจ้าแห่งความมั่งคั่ง ปี2555


ฤกษ์ยามมงคลไหว้ "เทพไฉ่ซิ่งเอี้ย"
หรือเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งร่ำรวย รับโชคดีวันตรุษจีนปี 2555 หรือวันปีใหม่จีนที่กำลังจะใกล้เข้ามา อันเป็นเวลาแห่งการเปลี่ยนผ่านจากปีกระต่าย (辛卯) เข้าสู่ปีมะโรง (壬辰) 2555 ของชาวจีนกันแล้ว และทุกๆ ปีที่มีการเปลี่ยนสาร์ทเข้าสู่วันตรุษจีนหรือปีใหม่ีจีน เกจิอาจารย์ได้คำนวณฤกษ์ยามมงคล ไหว้ขอพรจากเทพเจ้าไฉ่ซิ่งเอี้ย หรือเทพแห่งความมั่งคั่งและโชคลาภ เพื่อรับโชคดีตั้งแต่วันแรกของปีใหม่จีนหรือวัน "ตรุษจีน" มาฝากคุณผู้อ่านทุกท่าน ที่เข้ามาเยี่ยมชม


วันขึ้นปีใหม่จีน หรือวันตรุษจีน
การเปลี่ยนสาร์ทต่างๆ รวมถึงการนับปีเกิดนักษัตรของชาวจีน และการพยากรณ์โหราศาสตร์จีน จะใช้หลักการนับวัน "ทางจันทรคติ" มายาวนานแล้ว ไม่ได้ใช้ตามปฏิทินสากลอย่างเช่นทุกวันนี้ ดังนั้น วันตรุษจีนและการเปลี่ยนปีเกิดของนักษัตร จะไม่ตรงกับวันทางปฏิทินสากล ที่มีการตัดสาร์ท ที่แตกต่างกันเพราะปฏิทินสากลจะใช้หลัก "ทางสุริยคติ" จึงไม่ได้ตัดปีเกิด...เหมือนการคิดรหัสบุคคล ที่จะยึดวันที่ 4 หรือ 5 ก.พ. ของแต่ละปี ซึ่งศาสตร์ฮวงจุ้ยจีน การพยากรณ์ดวงจีน และการคำนวณฤกษ์ยาม ก็ยึดตามจันทรคติ...ไม่ใช่สุริยคติ และการเปลี่ยนขึ้นวันใหม่ของจีนจะเริ่มนับจากยามแรกที่เวลา 23.01 น. เป็นต้นไป


ดังนั้น ในวันแรก-ยามแรกของปีใหม่จีนทุกๆ ปี ชาวจีนจะมีประเพณีตั้งโต๊ะไหว้บูชารับ "เทพเจ้าไฉ่ซิ่งเอี้ย" หรือที่เรียกขานท่านว่า "เทพเจ้าเงินตรา เทพเจ้าแห่งโชคลาภ หรือเทพเจ้าแห่งความมั่งคั่งร่ำรวย" และปี 2555 นี้ คุณผู้อ่านและท่านที่สนใจฮวงจุ้ยคงได้เห็นอย่างชัดเจนว่า การนับวันเปลี่ยนปี เปลี่ยนนักษัตร และวันตรุษจีนปีนี้ คงไม่ต้องมีข้อสงสัยและถกเถียงกันว่าเป็นวันที่ 3 หรือ 4 ก.พ. เหมือนอย่างปี 2554 ที่ผ่านมา


ประเพณีการสักการะบูชา เพื่ออัญเชิญเทพไฉ่ซิ้งเอี้ย หรือเทพเจ้าแห่งโชคลาภ มาประทับในบ้าน และขอพรด้านโชคลาภ ให้มีโชคลาภด้านความมั่งคั่ง ธุรกิจการงานการค้าและการเงินให้เจริญรุ่งเรือง ด้วยฤกษ์ยามมงคลที่ดี ชาวจีนต่างถือเป็นเคล็ดมงคล เป็นการเอาฤกษ์เอาชัยรับโชคดีและโชคลาภ ต้อนรับวันแรกของตรุษจีนก่อนใคร จะได้มีแต่โชคลาภที่ดีตลอดปี 2555


และต้องเรียนคุณผู้อ่านทุกท่านว่าปี 2555 นี้ ดวงดาวแห่งโชคลาภและความมั่งคั่ง ที่จะนำพาทรัพย์สินเงินทองนั้นมียากจริงๆ ปีนี้อย่าตั้งหวังกันมากนัก แค่ขอให้ปีนี้ไม่ลดน้อยถอยไปกว่าเดิม หรือให้ได้เท่าเดิมก็นับว่าโชคดีมากแล้ว


ฤกษ์ยามมงคล ในการไหว้...เทพเจ้าไฉ่ซิ้งเอี้ย หรือเทพเจ้าแห่งโชคลาภ ปี 2555

สำหรับในปีมะโรง (壬辰) หรือปีมังกร 2555 ฤกษ์ยามมงคลที่จะนำมาซึ่งความมั่งคั่งแห่งโชคลาภ ในการไหว้เทพเจ้าแห่งโชคลาภในปีนี้ จะอยู่ในยามที่สี่ คือเวลา 05.01 - 06.59 น. ช่วงใกล้สว่างของเช้าแรกวันที่ 23 มกราคม 2555 ซึ่งเป็นอรุณแรกของวัน "ชิวอิก" (日一初)


ในปีนี้เทพเจ้าไฉ่ซิ่งเอี้ย หรือเทพเจ้าแห่งโชคลาภ ท่านจะเสด็จมาอำนวยโชคลาภทางทิศตะวันตก ที่ 255 -285 องศา (ซึ่งถ้าต้องการทิศทางแน่นอน ต้องวัดด้วยเข็ม ท่านหาใช้เป็นเข็มทิศทหารก็ใช้ได้) โดยตัวผู้ไหว้ต้องหันหน้า หรือตั้งโต๊ะไหว้ ให้หันหน้าไปทางทิศตะวันตก เข้าหาองค์ไฉ่ซิ่งเอี้ยในทิศดังกล่าว


การแต่งกาย ในการไหว้เทพไฉ่ซิ่งเอี้ย

สำหรับ การแต่งกาย ชาวจีนนิยมสวมใส่เสื้อผ้าสีแดงสดใส โดยเฉพาะในวันตรุษจีนและงานมงคลต่างๆ เช่น งานแต่งงาน เพราะชาวจีนถือเป็นสัญลักษณ์แห่งความโชคดี เป็นสิริมงคล โดยเฉพาะในวันที่สำคัญๆ จะสังเกตว่าชาวจีนจะไม่ใช้พร่ำเพรื่อ หรือจะสะดวกแต่งกายด้วยสีสันที่ดูสดใสก็ได้ แต่ไม่ควรใช้สีขาวหรือดำ


ทุกปีเกิด ทุกท่านไหว้ "เทพไฉ่ซิ่งเอี้ย" ได้ ...ไม่มีชง! มีแต่ความเป็นสิริมงคล

การไหว้เทพไฉ่ซิ่งเอี้ย หรือไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ หลายท่านกังวลเรื่องชง ต้องบอกว่าทุกท่านที่เกิดในปีนักษัตรต่างๆ สามารถไหว้เทพไฉ่ซิ่งเอี้ย หรือไหว้สิ่งศักดิ์สิทธิ์ ได้ตามปกติ ไม่ต้องกังวลหรือกลัวเรื่องชง! เพราะทุกท่านทำพิธีสักการะไหว้ขอพรจากท่าน ก็เพื่อขอบารมีคุ้มครองปกปักรักษา และอำนวยพรให้เกิดโชคลาภต่างๆ อยู่แล้ว นับเป็นเรื่องที่ดีมีความเป็นมงคลต่อชีวิตที่ได้บูชาท่าน เทพทั้งหลายท่านมีเมตตาไม่เคยให้ร้ายใคร หรือไปเบียดเบียนหลอกเอาเงินใคร หรือทำร้ายใครให้ทุกข์ยาก ไหว้ท่านเสร็จของที่ไหว้ก็นำไปทานเป็นสิริมงคลไม่เสียเปล่า ดังนั้นเทพท่านไม่มีชงกับใครทั้งสิ้น


ปีใหม่นี้ขอให้คุณผู้อ่านและทุกๆ ท่านที่แวะเวียนมาเยี่ยมชมเกจิอาจารย์ มีโชคลาภ เฮง เฮง รวย รวย สุขภาพแข็งแรง ร่มเย็นเป็นสุข ตลอดปี 2555


ไท้เล่ากุง 3/01/2555

วันศุกร์ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2554

ปีชง แก้ปีชง 12 นักษัตร เสริมดวงชะตา รับโชค 2555


ใกล้เวลาที่จะเปลี่ยนผ่านจากปีกระต่าย เป็นปีมะโรง (辰 ซิ้ง) หรือปีมังกร 2555 อีกปีแล้ว
และเช่นเคยเกจิอาจารย์ก็มีข้อแนะนำ และการดูแลโชคชะตาหลีกร้ายรับดีกับ "ปีชง วิธีแก้ปีชง 12 นักษัตร เคล็ดปรับดวงชง เสริมดวงชะตา รับโชคปี 2555" เพื่อแฟนๆ และคุณผู้อ่านทุกท่านที่ให้เกียรติเข้ามาเยี่ยมชมผลงานในเว็บเกจิฯ ซึ่งปีนี้วันปีใหม่จีนหรือ "วันตรุษจีน" นั้นจะตรงกับวันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2555 ที่จะก้าวเข้าสู่ปีมะโรงหรือปีมังกร และชาวจีนถือกันว่าเป็นช่วงเวลาของการเริ่มต้นแห่งความเป็นสิริมงคลที่จะมา เยือนในปีใหม่จีนนี้ ดังนั้น เราจึงควรเตรียมตัวรับการเปลี่ยนแปลง รวมถึงรับโชคลาภใหม่ๆ ที่กำลังจะเข้ามาในปีใหม่จีนหรือวันตรุษจีนกันแต่เนิ่นๆ เพราะปีนี้วันตรุษจีนมาเร็วค่ะ


ในปี 2555 นี้จะเข้าสู่ปีนักษัตรมะโรง หรือที่เราเรียกกันทั่วไปว่า...ปีมังกร สำหรับในทางโหราศาสตร์จีน เป็นปี 壬辰 (หยิมซิ้ง) หรือปีมังกรน้ำค่ะ มังกรพบเจอน้ำแบบนี้เรียกว่า "มังกรป่วนสมุทร" เมื่อ มังกรได้น้ำก็นับว่าของชอบ แต่ข้อเสียคือเป็นมังกรที่ทำตามอารมณ์ หลงมัวเมากับความสุข อำนาจ ความปรารถนาที่ตัวเองต้องการ ไม่มีตัวควบคุม แต่จะบิ๊กคลีนนิ่งโลกหรือป่าวอันนี้ซิน่าห่วงค่ะ เรื่องน้ำปีนี้ไม่ต้องพูดถึงมาเต็มๆ ดินก็สะเทือนด้วย ก็ลองนึกภาพมังกรเล่นน้ำดูว่าจะสะเทือนเลือนลั่นกันขนาดไหน ดังนั้น ทั้งภัยจากน้ำท่วมและภัยจากพื้นดินมีมากมาย อยู่ที่หวยจะออกที่ไหนล่ะคะ ซึ่งโซนตะวันออกเฉียงใต้แถบบ้านเราต้องระวังเตรียมพร้อมให้ดี โดยเฉพาะอินโดนีเซียภูเขาไฟเจ้าประจำ


และเมื่อมังกรที่ชาวจีนต่างถือเป็นตัวแทนแห่งอำนาจ จึงทำให้ในปีมังกรน้ำ 2555 นี้ ทั่วโลกจะเต็มไปด้วยความวุ่นวาย จากการแย่งชิงและใช้อำนาจเพื่อผลประโยชน์และเงินตรา การทำผิดกฏหมาย ปัญหาเศรษฐกิจการค้าตกต่ำ ธุรกิจขาดสภาพคล่อง ภัยธรรมชาติที่รุนแรง อุบัติเหตุที่เดินทางทางอากาศจะมากขึ้น และปีนี้โรคภัยจะรุนแรงมากขึ้น ต้องระวังดูแลเรื่องสุขภาพกันให้ดี เพราะการระบาดเชื้อโรคได้พัฒนาตัวเองให้แข็งแกร่งขึ้น จากปัญหาเชื้อไวรัสและแบคทีเรียมีการกลายพันธุ์ ก็ควรเลือกทานร้านอาหารที่ทำสะอาดและถูกสุขลักษณะนะคะ โดยเฉพาะบ้านที่ถูกน้ำท่วมขังเป็นเวลานาน ต้องระวังโรคภัยที่เกิดจากเชื้อราให้มาก ควรเช็ดทำความสะอาดบ้านและเครื่องเรือนด้วยน้ำส้มสายชู เพราะมีฤทธิ์เป็นกรดที่ทำลายเชื้อราได้ดี...แถมถูกตังค์ค่ะ ส่ำหรับธุรกิจที่มีอยู่เดิมไม่ควรขยับขยายเพิ่ม การลงทุนใหม่ในปีนี้ไม่แนะนำค่ะปัญหาสูงมาก เพราะรัฐบาลเองก็ปั้นฝันดูดเงินเก่งแต่หาไม่เก่ง คลังรูโบ๋วเพราะช่วยกันเอาเงินออก แถมเก่งใช้บัตรเครดิตกดยืมตลอด ส่วนคนทำงานอย่าคิดสั้นลาออกเชียวเก็บอีโก้ไว้ก่อน ส่วนที่ไม่คิดลาออกก็ต้องขยันให้มากขึ้นค่ะ เพราะแนวโน้มตัดภาระค่าใช้จ่ายจะยิ่งมีขึ้นมากในเดือนมิถุนายนไปแล้ว ระวังๆ กันหน่อยนะคะขยันเข้าไว้ เอาล่ะมาเข้าเรื่องกันดีกว่า


สำหรับปีนักษัตรที่จะได้รับผลกระทบ " ปีชง " ในปีมะโรง (壬辰 หยิมซิ้ง) หรือปีมังกรน้ำ 2555 นี้ ได้แก่


1. ผู้ที่เกิดในปีนักษัตรจอ (戌 สุก)
หรือปีหมา
ต้องระวังตัวเป็นพิเศษ เนื่องจากเป็นปีนักษัตรที่ถูกชง หรือปะทะโดยตรง แต่ด้วยมะโรงและจอมีธาตุที่เหมือนกันจึงมีทั้งดีและเสีย ทำให้การชงของทั้งสองก็มีเรื่องโชคลาภด้วยเช่นกัน ส่วนจะมากน้อยต้องขึ้นอยู่กับดวงชะตาของแต่ละบุคคล แต่ที่สำคัญปีนี้ให้ระมัดระวังเรื่องเกี่ยวกับสุขภาพเป็นพิเศษ เพราะมีดวงดาวแห่งโรคภัยเข้ามาเยือน ให้ระวังโรคที่เกี่ยวกับช่องท้อง ตับอักเสบ ปัญหากล้ามเนื้ออักเสบโดยไม่มีสาเหตุ ระวังโรคทางพันธุกรรมกำเริบ ส่วนท่านที่มีอาการอยู่ปีนี้ต้องดูแลให้มากระวังจะกำเริบหนักมากขึ้น ควรดูแลและหาหมอตามระยะเวลา พักผ่อนให้เพียงพอและทานอาหารที่บำรุงร่างกาย ส่วนคุณสุภาพสตรีระวังเกี่ยวกับซีส และมะเร็งที่เกี่ยวกับอวัยวะเพศให้มาก โดยเฉพาะน้องๆ และสาวๆ ทั้งหลายการทานยาคุมมากไปไม่ดีน๊ะจ๊ะ ถ้ามีอะไรผิดปกติรีบไปตรวจค่ะ


นอกจากชาวนักษัตรจอ หรือปีหมา (戌 สุก) ยังมีปีอื่นๆ ที่ได้รับผลข้างเคียงในปี 2555 นี้ได้แก่ ผู้ที่เกิดปีมะโรง (辰 ซิ้ง) ปีฉลู (丑 ทิ่ว) ปีมะแม (未 บี่) และปีเถาะ (卯 เบ้า) ซึ่งท่านที่มีปีเกิดดังที่กล่าวมาก็ควรระมัดระวัง ส่วนปัญหาจะหนักเบาก็ขึ้นอยู่กับดวงชะตาของแต่ละบุคคล แต่อย่าประมาทเป็นดีที่สุดนะคะ


2. ผู้ที่เกิดปีนักษัตรมะโรง (辰 ซิ้ง) หรือปีมังกร ที่ท่านมีปัญหาในปีนี้เป็นเพราะปีเกิดของท่านตกหลัก "เฮ้ง" ตามหลักของโหราศาสตร์จีน แต่โชคดีมีดวงดาวที่เป็นมงคลเกื้อหนุนส่งเสริมชะตาวาสนา แต่ถ้าผิดกฏหมายตัวใครตัวมันค่ะ ขอให้ระวังเรื่องสุขภาพและปัญหาอุปสรรค จากการทำงาน แผนงานหรือโครงการต่างๆ ที่วางแผนไว้ ต้องระมัดระวัง ในช่วงเดือนเมษายนและกรกฎาคม


3. ผู้ที่เกิดนักษัตรฉลู (丑 ทิ่ว) หรือปีวัว ซึ่งในปีนี้มีหางเลขด้วยเพราะปีเกิดของท่านตกหลัก "ผั๊วะ" ตามหลักของโหราศาสตร์จีน แม้จะเผชิญปัญหาอุปสรรคบ้างแต่ยังโชคดีที่มีดวงดาวแห่งความเป็นมงคลมาเกื้อหนุนชะตา ถ้าทุกสิ่งที่เริ่มด้วยความดีงามอยู่ในศีลธรรมอันดีแล้ว ในที่สุดเรื่องที่ร้ายจะกลับเป็นดี


4. ผู้ที่เกิดนักษัตรปีมะแม (未 บี่) หรือปีแพะ ซึ่งในปีนี้มีหางเลขด้วย เพราะปีเกิดของท่านตกอยู่ในสถานการณ์ที่ร่วมชง อีกทั้งในดวงชะตาปีนี้มีดวงดาวแห่งเคราะห์ภัยเข้ามาเยือน ทำให้พลอยฟ้าพลอยฝนรับกับสิ่งร้ายๆ ที่จะเข้ามาในปีนี้อย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ ทำอะไรปีนี้ควรไตร่ตรองให้ดี อย่าวู่วามจะนำมาซึ่งความเสียหายทั้งชื่อเสียงและทรัพย์สิน อย่าค้ำประกันใคร ปีนี้อยู่นิ่งๆ ทำบุญฟังธรรมให้จิตใจสงบ


5. ผู้ที่เกิดนักษัตรเถาะ (卯 เบ้า) หรือปีกระต่าย ปีนี้ตามหลักโหราศาสตร์จีนแล้ว ตกอยู่ในหลัก "ห่าย" ซึ่งไม่สู้ดีนัก แต่โชคดีที่ในปีนี้มีดวงดาวแห่งความเป็นมงคลเคลื่อนเข้ามาสู่ชะตา ช่วยลดทอนสิ่งที่จะกระทบได้เบาบางลง แม้จะมีอุปสรรคบ้างแต่ก็ยังคงมีลาภผล การงานที่จะนำมาซึ่งชื่อเสียงอย่างต่อเนื่อง แต่ก็ควรระมัดระวังเรื่องสุขภาพ และการเดินทาง


ดังนั้นปี 2555 นี้ ท่านที่มีปีเกิดที่ชงกับปีมะโรง หรือปีมังกร ไม่ควรวิตกกังวลมากไป เพราะการชงโดยรวมมักเป็นปีที่ก่อปัญหาและอุปสรรคของช่วงชีวิตในปีนั้นๆ ค่ะ แต่ที่ได้รับรู้ก็เพื่อให้มีสติในการดำเนินชีวิตที่รอบคอบ ตั้งอยู่ในความพอดีไม่ประมาท ไม่ริเริ่มหรือขยับขยายลงทุนทำการค้าในช่วงปีชง ไม่ใช้ชีวิตบนทางอโคจรต่างๆ ก็ถือว่าเราไม่หาเรื่องชงให้กับชีวิต หรือทำให้ตัวเองต้องเดือดร้อนแล้วล่ะค่ะ และถ้าต้องการเพิ่มความสบายใจและกำลังใจ หาเวลาไปไหว้พระ ทำบุญ ในช่วงก่อนวันตรุษจีนก็ได้ค่ะ หากไม่สะดวกอย่างน้อยก็เริ่มในวันตรุษจีน คือวันที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2555 โดยจะไปทำบุญสะเดาะห์เคราะห์ที่วัดเล่งเน่ยยี่ ที่เยาวราช หรือสาขาที่ 2 ย่านบางบัวทอง เพื่อขอพรจากท่านเทพไท่ส่วยเอี้ยคุ้มครอง และทำบุญสวดเสริมชะตาบารมี ตามประเพณีของชาวจีนที่สืบทอดกันมาเพื่อให้เกิดเป็นสิริมงคลแห่งชีวิต


และ สำหรับคุณผู้อ่านทุกท่านที่ไม่ใช่เชื้อสายจีน ก็ไปไหว้พระ ทำบุญใส่บาตร ถวายสังฆทานที่วัดใกล้บ้านท่านได้เช่นกัน หรือเคารพรักชอบเสด็จพ่อพระพิฆเณศก็ไหว้ขอพรได้ แม้กระทั่งไหว้พระขอพรจากพระพุทธรูปในบ้านตัวเองก็ได้ อย่าเห็นห้องพระหรือพระพุทธรูปของตัวเอง ที่เที่ยวบูชาหามาไม่ศักดิ์สิทธิ์ จนต้องดิ้นรนเสียเงินเสียทองมากมายไปไหว้ไกลๆ จึงจะช่วยได้ อันนี้ท่านก็กำลังสร้างการ "ชง" สร้างอุปสรรคปัญหาให้ตัวเองแล้ว อีกอย่างน้ำไกลไม่สู้น้ำใกล้ ไปไม่ได้ไม่ต้องกังวล ไหว้พระสวดมนต์ที่บ้านทำจิตให้สุขสงบเป็นประจำก็ได้ค่ะ


การปรับแก้ "ปีชง" เสริมดวงชะตา ที่มีปัญหาสุขภาพ

ด้วยปีนี้ทั่วโลกจะมีปัญหาเรื่องโรคภัย สำหรับท่านที่มีปีชง หรือในดวงชะตาจะมีปัญหาเรื่องสุขภาพ เกจิอาจารย์ขอแนะนำให้ทำบุญเกี่ยวกับการช่วยเหลือผู้ป่วย เช่น พระสงฆ์อาพาธ หรือโครงการช่วยเหลือผู้ป่วยยากไร้ ให้กับมูลนิธิของโรงพยาบาลต่างๆ อาทิ โรงพยาบาลสงฆ์, จุฬาลงกรณ์, ศิริราช หรือ มูลนิธิรามาธิบดีฯ รพ.รามาธิบดี มีโครงการปลูกถ่ายตับจากพ่อแม่สู่ลูก เป็นโครงการให้ชีวิตใหม่แก่ผู้ป่วยเด็กโรคตับที่ยากไร้ หรือทำบุญตามโรงพยาบาลที่อยู่ใกล้บ้านในจังหวัดของท่าน จะได้เป็นเคล็ดช่วยบรรเทาโรคภัยที่อาจจะเข้ามาเยือนในปีชงนี้ ให้ลดน้อยถอยลง หรือจนไม่มีอะไรเกิดขึ้นก็เป็นได้ใครจะไปรู้ แล้วได้ทั้งทำบุญสร้างกุศลและช่วยต่อชีวิตเพื่อนมนุษย์ด้วยกันค่ะ


ที่แน่ๆ ทำให้คนเรารู้จักเป็นผู้ให้ รู้จักการมีน้ำใจแบ่งปันช่วยเหลือผู้อื่นที่ลำบากกว่าเรา และไม่แนะนำว่าต้องทำมากมาย แต่ทำตามกำลังทรัพย์ของเราที่พอจะช่วยได้ มากน้อยไม่เป็นไร ทำแล้วไม่เดือดร้อน ไม่ใช่ทำเพราะ...เขาบอกว่าทำเยอะๆ ยิ่งดี แล้วที่เขาว่าต้องทำบุญมากแล้วจะได้บุญมากไม่มี เพราะพระพุทธเจ้าท่านไม่เคยบัญญัติหรือการันตีไว้ และพระพุทธองค์ก็ไม่เคยมี...กิ๊ปเซทบุญ แจกใคร พระองค์ท่านไม่เคยใช้เรื่องเงินทองเป็นเครื่องวัดบุญกุศลใครเลย ทุกท่านว่าจริงไหมคะ


ดัง นั้น ทำบุญแล้วต้องสบายใจ เพราะการช่วยหลือผู้อื่นอย่างมีสตินี้ ทำแล้วช่วยบรรเทาโรคภัย ได้บุญทานที่ช่วยเหลือสงเคราะห์ผู้อื่น เมื่อทำอย่างมีสติก็ได้เป็นปัญญา บุญทานนี้ก็เหมือนพรหมแล้ว มีพร้อมทั้งเมตตา กรุณา มุทิตา อุเบกขา บุญโลภก็ไม่ได้ อยาก(อวด เด่น ดัง)ก็ไม่ได้ อันนั้นทางพระเรียก "ตัณหา" แต่ต้องทำด้วยจิตเมตตาและปรารถนาดี อันนี้ฝากไว้เป็นข้อคิดค่ะ


การปรับแก้ "ปีชง" เสริมดวงชะตา ด้านการงาน การเงิน

ให้ทำบุญบริจาคโลงศพ อันนี้ช่วยสะเดาะเคราะห์เสริมชะตาและแก้ชง หรือจะทำบุญบริจาคเฉพาะผ้าขาวห่อศพผืนละ 50 บาท กับศพที่ไร้ญาติ อันนี้จะช่วยเรื่องอุปถัมภ์หน้าที่การงาน การค้าที่ติดขัดได้ หรือรู้สึกติดขัดเมื่อไหร่ก็ไปทำได้ ไม่ต้องมากมายตามกำลัง จะทำกับเฮียปอหรือเฮียร่วม หรือโรงเจ หรือองค์กรที่มีการสงเคราะห์ก็ได้ค่ะ ทำบุญแล้วอธิษฐานอุทิศให้กับเจ้ากรรมนายเวรด้วยค่ะ ที่สำคัญคุณต้องทำด้วยตัวเอง สำหรับท่านที่อยู่ในเกณฑ์ปีชงควรทำก่อนตรุษจีน หรือไหว้พระทำบุญในช่วงวันตรุษจีนก็ดีค่ะ อ้อ!..ถ้าเป็นลูกหลานที่เป็นเด็กเล็กอยู่ พ่อแม่ทำแทนได้ค่ะ....ไม่ซีเรียส แต่หลังจากไปไหว้พระทำบุญแล้ว จะให้เป็นหน้าที่เทพหรือสิ่งศักดิ์สิทธิ์ฝ่ายเดียวคงไม่ได้ ต้องดูแลตัวเองให้ดีๆ ไม่เช่นนั้นเทพองค์ไหนก็คุ้มครองท่านไม่ได้ค่ะ


สุดท้ายนี้ไม่ว่าท่านจะเกิดปีชงหรือไม่ก็ตาม ก็ขอให้ทุกท่านโชคดี ซินเจียยู่อี่ ซินนี้ฮวดไช้ ตั่วถั่งๆ ไช้ง้วงกวงจิ่ง โชคดีตลอดปีใหม่ ค้าขายร่ำรวย เงินทองไหลมาเทมา ครอบครัวอยู่ร่มเย็นเป็นสุข ตลอดปี 2555 นี้ค่ะ


เซี๊ยะลิ้ว 05/12/2554

Kaejiarjan...truth difference

วันศุกร์ที่ 28 ตุลาคม พ.ศ. 2554

เตี้ย...เอ๋ย งานนี้ท่วมก็ตาย ไม่ท่วมก็ตาย


ประเทศชาติประกอบด้วยแผ่นดินและประชาชน น้ำท่วมใหญ่ปี 2554 นี้ แผ่นดินส่วนใหญ่จมอยู่ใต้น้ำนานนับเดือน ประชาชนได้ยากแสนสาหัส และคงยากจะเยียวยาให้กลับสู่สภาพเดิมได้ในเร็ววัน ผู้คนมากมายนับล้านวิถีชีวิตคงเปลี่ยนไปอย่างไม่มีวันกลับคืน หลายต่อหลายครอบครัวสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักมากมาย เสียบ้านและอีกมากมายเสียที่ทำกิน ถ้าจะโทษอาเพศฟ้าดินรึก็ถูก ด้วยว่าเมื่อราหู(๘) ยกเป็นอุจน์ในราศีพิจิกธาตุน้ำ และดาวอังคาร(๓) ก็ยกเข้าสู่ราศีกรกฎเรือนจันทร์(๒) ได้ตำแหน่งนิจ และมฤตยู(๐) ยังอยู่ราศีมีนทั้งหมดทั้งสิ้นเป็นราศีธาตุน้ำ ธรรมดาแล้วก็ดูได้ว่าปีนี้น้ำค่อนข้างมากอยู่

แต่ปีนี้ได้ดาวพฤหัสบดี(๕) มาเป็นราชาโชคมากุมลัคนาดวงเมือง ทำให้ยามนี้ปริมาณน้ำฝนนั้นมากโขอยู่ แต่ปีนี้เมื่อฤดูร้อนน้ำท่วมภาคใต้หนัก พอเข้าฤดูฝน ฝนก็กระหน่ำภาคเหนือเสียยับเยิน เมื่อแรกก็ลุ่มน้ำยม ทำบางระกำจมน้ำ ทำเอาชาวบ้านไม่มองหน้ากันเพราะเขื่อนแก่งเสือเต้น ถัดมาก็ฝนตกภาคเหนือมากเป็นพิเศษทำให้น้ำหลากนั้นมากประมาณ ธรรมดาแล้วในสมัยโบราณบ้านเราน้ำท่วมทุกปีขนาดสามารถกะเกณฑ์ไว้รับศึกพม่า ได้ว่า ยามฤดูน้ำหลากหามีทัพใดสามารถล้อมกรุงได้ เพราะน้ำนั้นจะทำให้ไพร่พลได้ยาก หญ้าไม่พอปากม้า

มาถึงปัจจุบันนี้ ผู้คนต่างจับจองที่ทำกินกันทุกหย่อมหญ้า เมื่อถึงฤดูน้ำหลาก น้ำท่วมซ้ำซากก็ต่างหาวิธีป้องกันไม่ให้ท่วม เรียกว่าจัดหนักทั้งเขื่อนกันตลิ่ง คันดิน กระสอบทรายนับล้านใบเตรียมกันเพื่อป้องกันตัว แต่ป่าไม้ที่เรามีอยู่ก็ช่วยกันทำลายเพราะความโลภ จนไร้ผู้ช่วยเหลือตามธรรมชาติที่ไม่เคยคิดค่าตอบแทนใดๆ จากมนุษย์ วันนี้เมื่อน้ำท่วมหนักหนาเกินกว่าใครจะเอาอยู่

ทำให้เราเรียนรู้ถึงน้ำจิตน้ำใจคนไทยว่า...คนไทยไม่ทิ้งกัน แต่ผู้แทนนั้นไม่แน่ ระบบที่นายใหญ่วางไว้สำหรับบริหารรากหญ้าก็เน่าตาม พอน้ำท่วมทำอะไรไม่ได้รัฐบาลปูก็น้ำท่วมรูประมาณน้ำท่วมทุ่งผักบุ้งลอยหนี เดี๋ยวเอาหินจะไปถมทะเลบ้าง จะปลูกหญ้าแพรกคลุมดินบ้างจนเครียด...เราเข้าใจ แต่ทั้งรัฐนาวาและผู้นำนั้นตะลึงนานไม่ได้ ประชาชนจะได้ยากทั้งแผ่นดิน แต่ไม่รู้ผู้แทนหาย...ไปไหนหมด พึ่งจะรู้ว่าผู้แทนไทยต้องให้นายกปูสั่งลงพื้นที่ก่อน เพราะทุกวันนี้เห็นแต่ผู้ว่าบรูณาการกันเท้าเปื่อย

ธรรมชาติของน้ำนั้นย่อมไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ เมื่อน้ำเหนือมากมายขนาดนี้เขื่อนทั้งหลายเอาไว้ไม่อยู่ อีกทั้งเดือนนี้เข้าตุลาแล้ว ธรรมดาฝนจะต้องขาดเม็ดจากภาคเหนือแล้ว มาปีนี้ยังมีพายุทะยอยเข้ามาช่วยเติมน้ำให้มากขึ้นไปอีก ประเทศไทยเราน้ำจากภาคเหนือนั้นอย่างไรเสียต้องเร่งผลักลงทะเลให้ไว ชาวบ้านตามริมน้ำแม้จะท่วมบ้างก็ไม่นานนัก ไร่นานั้นคงจะเกี่ยวไม่ทันต้องตกเป็นเหยื่อน้ำท่วมเสียหายมากโขอยู่ และน้ำที่ไหลลงจากภาคเหนือเรานั้นถ้าจะให้ออกทะเลโดยไว ก็ต้องให้ผ่านทางแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นหลัก ส่วนเส้นทางรองก็ทุ่งด้านตะวันออก ที่่ช่วยกันดันให้น้ำพ้นกรุงเทพทางคลองใหญ่ด้านตะวันออก อีกทางหนึ่งก็ผันให้ไหลลงสู่แม่น้ำสุพรรณ ออกทะเลทางฝั่งตะวันตก เรียกว่าถ้าช่วยกันทั้ง 3 ทาง ร่วมมือช่วยกันผลักดันน้ำลงทะเล เมืองไทยแม้น้ำปีนี้จะมากสักหน่อย ประชาชนก็คงได้ยากไม่นาน ลพบุรีคงไม่จมน้ำเสียหายยับเยินขนาดนี้ นครสวรรค์คงมีแผ่นดินเหลือถ้ามีคนบริหารจัดการดี อย่าไปโทษประตูน้ำบางโฉมศรีเลย

ที่น่าสรรเสริญชื่นชมมากที่สุดก็คือ...เตี้ย 5 สั้น ที่พรรคพวกได้คุมเรื่องน้ำในบ้านนี้เมืองนี้ แต่บริหารแบบประโยชน์ส่วนตนมากกว่าส่วนรวม ขนาดทั้งแผ่นดินมีแต่น้ำตา แต่ประชาชาวบรรหารบุรีหน้าบานเพราะน้ำไม่ท่วม เพราะแกคุยผ่านสื่อว่าบริหารจัดการดีไม่มีวันท่วม มีผู้แทนที่ครองเมืองมา 30 ปีถึง 5 คน ใครไม่อยากน้ำท่วมให้มาปรึกษาได้ว่าต้องทำอย่างไร โธ่...หน้าด้าน ทำงานอย่างนี้เขาไม่ได้เรียกว่าบริหารจัดการน้ำ เขาเรียกว่า...หนีปัญหา เพราะทำประตูระบายน้ำกันน้ำไม่ให้เข้าบรรหารบุรี แ้ล้วต้องจัดการอะไรฟ่ะ.! ส่วนใครจะท่วมช่างหัวมัน และไม่ได้อยากให้ใครต้องน้ำท่วม แต่ถ้าบริหารจัดการน้ำเป็น แล้วช่วยเขาดันน้ำออกทางแม่น้ำท่่าจีน ให้ออกทะเลไวๆ มันก็ช่วยแบ่งเบาปัญหา เขาก็ไม่ท่วมหนักหนาอย่างที่เป็นอยู่

แล้วถ้าสังเกตกัน ตั้งแต่น้ำท่วมจังหวัดต่างๆ มาเป็นเดือน ไม่มีผู้สื่อข่าว หรือฝูงบินข่าว เข้าไปตรวจดูการระบายน้ำในพื้นที่บรรหารบุรี และตลอดเส้นทางแม่น้ำสุพรรณ เพื่อพิสูจน์สิ่งที่ชาวบ้านพูดว่าที่เดือดร้อน และน้ำท่วมมากมาจากการปิดประตูน้ำพลเทพ ขนาดชาวบ้านประชดให้เปลี่ยนจังหวัดที่อยู่เป็นบรรหารบุรีตามน้ำจะไม่ท่วม คอยดูฝืมือเตี้ยนี้เถอะ...ถ้าออกทีวีมีจัดฉากน้ำท่วมโชว์ แบบทฤษฎีสตอเบอร์รี่แน่ เพื่อให้ผู้สื่อข่าวเป็นพยานว่ากรูก็ท่วมเหมือนกัน แต่เพิ่งจะท่วม...ตอนที่มีนักข่าวไปถ่ายทำข่าวนะ ก่อนหน้าที่ผ่านมาและที่ชาวบ้านด่าไม่มีใครไปทำข่าวเลย ขนาดนายกปูไปประชุมที่บางโฉมศรี รับรู้ข้อมูลจากอธิบดีกรมชลประทานว่าถ้าจะบรรเทาปัญหาน้ำลพบุรี ต้องเปิดประตูน้ำพลเทพ นายกยังสั่งให้เปิดเดี๋ยวนั้นไม่ได้...เอวัง


แผนภูมิเส้นทางเดินน้ำที่จะไหลออกสู่ทะเล 1 ใน 3 คือแม่น้ำสุพรรณ ซึ่งจุดที่ปิดคือประตูพลเทพ

อย่างที่บอกแต่ต้นเรื่องน้ำอย่างไรเสีย ต้องช่วยกันเร่งผลักดันน้ำลงทะเลให้ไว มีทางออกทะเล 3 ทางแต่ใช้ได้แค่ 2 ทาง แล้วน้ำมันจะลดลงเร็วได้อย่างไร ไม่ใช่เอาทางน้ำสายที่ 3 ส่วนรวม มาใช้กันน้ำไม่ให้ท่วมบรรหารบุรี ที่ คิดแต่ว่าน้ำจะลงทะเลทางไหนกรูไม่เกี่ยว ขอให้บรรหารบุรีไม่ท่วมพอ คราวหน้าก็เอาแค่ 5 เสียงของบรรหารบุรีก็คงพอแล้ว ที่เหลือไม่รอดแน่ เพราะชาวบ้านเขาเกลียดแกเข้าไส้เลย ยังมีหน้าออกมาแก้ข่าวว่าก็น้ำมันจะท่วมบ้านท่วมเมือง แต่ไม่ท่วมเมืองกรูอย่ามาโทษกัน ก็อยากจะบอกว่าไม่ได้โทษชาวนาอยุธยาก็ไม่ได้ว่าท่าน ชาวนาที่ลำลูกกาก็ไม่ว่า ชาวนาที่อุทัย ที่อ่างทอง ที่ชัยนาท...โคตรรักท่านเลย เพราะนาเขาจมน้ำเรียบ ส่วนนาที่เมืองพี่เตี้ยไม่มีน้ำมาแพ้วพานทีเดียวเชียว อย่างนี้เขาเรียกว่า...ใจแคบ ถ้าบริหารจัดการเป็นจริงดังว่า ก็ลองปล่อยน้ำเข้าบรรหารบุรีดูซิ แล้วคุมให้น้ำออกทะเลสะดวกโดยชาวบ้านบรรหารบุรีไม่เดือดร้อน...เขาถึงเรียกว่าบริหารจัดการน้ำ ไม่ใช่กันไม่ให้น้ำเข้า ที่ทุกวันนี้ยังคุยโม้ได้...เพราะยังไม่มีน้ำไหลเข้าเมืองมาให้แสดงฝีมือเลย เพราะถ้าน้ำเข้าจริงบรรหารบุรีคงจมน้ำป๋อมแป๋มจริงไหมอ้ายเตี้ย เมืองไทยมีผู้แทนเยี่ยงนี้แผ่นดินคงต่ำไปเป็นเมตร ถ้าน้ำท่วมบรรหารบุรีบ้างอย่าสูบออกมานะเว้ย

จริงอยู่ปีนี้อย่างไรก็ท่วมไม่เถียง แต่ถ้าช่วยกันผลักน้ำลงทะเลไวหน่อย แผ่นดินและประชาชนคงไม่ได้ยากขนาดนี้ และอย่าปาก..เรื่องกรุงเทพนะ เพราะอย่างไรเสียน้ำทั้งหมดทั้งสิ้นก็ต้องผ่านกรุงเทพไปได้ ส่วนจะเสียหายมากน้อยก็สุดแต่ความสามารถของเสนาบดีทั้งหลายทั้งสิ้น...ว่ามี น้ำยาไหม แต่ถ้าโชคดีมีน้ำท่วมก็คงไม่ว่ากันเพราะเป็นคนบนแผ่นดินเดียวกัน ไม่ใช่คนเมืองบรรหารบุรีที่รักตัวกลัวเปียก ทำคนนครสวรรค์-ชัยนาท-สิงห์บุรี-ลพบุรี-อุทัยธานี-อยุธยา-ปทุมธานี-นนทบุรี ได้ยากจมน้ำ 2 เมตรนาน 2 เดือน ขอบใจนะ...เตี้ยทำให้น้ำท่วมคราวนี้ เราได้เห็นจิตใจของผู้คนว่าทิ้งกันหรือเปล่า ดังนั้น ไอ้เง้านี้พี่น้องชาวไทยอย่าปล่อยให้เป็นใหญ่ได้ เพราะใจมันแคบเหมือนท้องลูกไก่

ธงทิว 4/10/2554
Kaejiarjan Truth Difference

ขอขอบคุณภาพจาก : แตกประเด็นไทยทีวีสีช่อง 3, http://board.palungjit.com/f2/pray-for-thailand

วันศุกร์ที่ 30 กันยายน พ.ศ. 2554

ถอนต้นหมากทิ้ง เพราะดูทีวีเขาว่า...ไม้ประเภทปาล์มไม่ดี


ฮวงจุ้ยเป็นศาสตร์ความรู้ที่หลายๆ คนสนใจ ยิ่งมีการเผยแพร่ข่าวสาร ความรู้ต่างๆ ผ่านทางสื่อและรายการทีวี ทำให้ผู้คนในยุคนี้ได้รับรู้และเรียนรู้อย่างกว้างขวาง เมื่อมีการพูดถึงฮวงจุ้ยคนดูอยู่ทางบ้าน ก็ต้องหันมานึกถึงบ้านตัวเอง เพื่อดูว่าบ้านตัวเองมีอะไรที่ถูกหรือผิดหลักทางฮวงจุ้ยบ้าง เรียกว่าพอดูรายการจบก็จัดการบ้านตามอย่างที่ได้ดูจากในทีวี โดยอาจไม่รู้ว่าเป็นข้อมูลเพียงเศษเสี้ยวของฮวงจุ้ย ที่ต้องมีองค์ประกอบและปัจจัยอื่น ในการพิจารณาตามหลักของฮวงจุ้ย ไม่ได้มองเพียงจุดใดจุดหนึ่ง

เหมือนพี่ท่านหนึ่งที่รู้จักกัน เมื่อได้มีโอกาสพบเจอกัน ที่ได้ฟังเรื่องราวฮวงจุ้ยผ่านรายการทีวีดาวเทียม ที่บอกเล่าเกี่ยวกับการปลูกต้นไม้ โดยเฉพาะจำพวกกลุ่มไม้ตระกูลปาล์ม ว่าเป็นไม้ที่มีลักษณะใบแหลม มีลักษณะทิ่มแทงที่เป็นอัปมงคล เป็นไม้หยินที่ไม่ควรปลูกไว้ในบ้าน และที่บ้านพี่เขาปลูกต้นไม้จำพวกปาล์มเป็นต้นหมากแดง คงไม่ต้องเดาเลยว่าจะเกิดอะไรขึ้น เพราะหลังจากดูรายการฮวงจุ้ยจบ พี่เขาก็จัดการเคลียร์เจ้าต้นไม่ที่เชื่อว่าอัปมงคล ก็เป็นธรรมดาที่ใครๆ ก็อยากมีฮวงจุ้ยที่ดี เลยจัดหาคนมาล้อมต้นหมากออกไป แล้วปลูกไม้ประดับแทนที่

ที่เคยไปเที่ยวบ้านพี่เขา เป็นบ้านเดี่ยวที่ทางโครงการจะมีการตกแต่งสวนให้ทุกหลัง และมีการปลูกไม้ประเภทปาล์ม เป็นพวกหมากแดงไว้ทุกหลังเป็นมุมสวนติดรั้วหน้าบ้าน แต่ความเป็นจริงที่มีอยู่ ไม่ได้มีการปลูกแต่ต้นหมากแดงไม้ตระกูลปาล์ม มีการจัดสวนแบบผสมผสาน มีต้นหมากแดงเป็นจุดเด่นและมีไม้ประดับหลากหลายเป็นองค์ประกอบ ตามรูปแบบการจัดสวนที่ต้องมีลักษณะเด่นและรองลดหลั่นกันไป ทำให้การมีต้นหมากแดงที่แม้จะถูกมองว่าเป็นไม้หยินทางฮวงจุ้ยนั้น ไม่ได้ก่อความเสียหายแต่อย่างใด

อีกทั้งตำแหน่งที่ปลูกต้นหมากแดง ก็ตรงกับช่องลมระหว่างบ้านที่อยู่ฝั่งตรงข้าม นับเป็นข้อดีที่ช่วยลดข้อเสียทางฮวงจุ้ย ที่สำคัญทิศทางที่ปลูกก็ถือว่า ก่อให้เกิดผลดีทางฮวงจุ้ยต่อผู้อยู่อาศัย ไม่ได้สร้างความเสียหายให้กับบ้านหรือตัวพี่เขาเลย ถึงตอนนี้จะไปตามกลับมาปลูกที่เดิมคงไม่แล้ว เพราะผ่านมาหลายเดือนแล้ว เข้าใจว่าเราต่างอยากมีฮวงจุ้ยที่ดี แต่ถ้าไม่เห็นรายละเอียด ของความเป็นจริงที่มีอยู่ในพื้นที่ ก็อาจทำให้ที่มีดีอยู่กลับกลายเป็นเสีย อย่างไม่รู้ตัวนี่แหละ

วันพุธที่ 31 สิงหาคม พ.ศ. 2554

จัดฮวงจุ้ยล้มเหลว ไม่ลงตัว เพราะมากวิชา มากความ


ปัจจุบันหลายๆ ท่าน และหลายครอบครัวมีความสนใจเรื่องฮวงจุ้ย มีการใฝ่รู้จึงลงทุน ลงแรงไปเรียนฮวงจุ้ย และมีหลายครอบครัวที่ไปเรียนกันทั้งพ่อ แม่ ลูก ซึ่งก็น่าจะดี เพราะทุกคนจะได้เข้าใจ ช่วยกันคิด ช่วยกันดูแลฮวงจุ้ย รวมถึงการปรับแก้ฮวงจุ้ยได้ละเอียดละออ แต่กลายเป็นปัญหา เพราะต่างคนต่างคิด และมีความเชื่อความเข้าใจคนละอย่าง ที่สำคัญความเป็นพ่อ เป็นแม่ หรือฐานะเป็นอุปสรรคในการจัดการปัญหาฮวงจุ้ย

ที่จริงถ้าเป็นเรื่องฮวงจุ้ยที่เป็นฮวงจุ้ยจีนล้วนๆ คงไม่ใช่ปัญหา เพราะถ้าใช้ตามหลักเกณฑ์ต่างๆ ที่มี แต่ด้วยความใฝ่รู้ หรือคิดว่ารู้มากดีกว่ารู้น้อยก็ไม่เข้าใจ จึงแสวงหาความรู้ไว้ติดตัวอย่างมากมาย อะไรว่าดีก็เรียน อะไรที่ว่าทำให้รวยได้ก็เอา จนแยกไม่ออกว่าเป็นวิชาความรู้ หรือเป็นไสยศาสตร์ สุดท้ายวิชาตีกันมั่ว เพราะไม่เข้าใจแม้กระทั่งว่าแต่ละวิชาใช้เพื่ออะไร หนำซ้ำคนที่สอนก็มิกซ์แอนแม๊ตซ์ ขยำวิชารวมกัน เพราะก็ไม่เข้าใจเหมือนกัน จนต้องนำเอาวิชานึงไปอธิบายอีกวิชานึง

เหมือนอย่างครอบครัวนึงที่รู้จักกัน คือจะจัดฮวงจุ้ยบ้านตามที่ครอบครัวเรียนมา ก็มีการวัดองศาพื้นที่และตัวบุคคลเรียบร้อย แต่จัดแล้วไม่ลงตัว เพราะแต่ละบุคคลต้องการตำแหน่งที่ตัวเองต้องใช้พื้นที่ในทางฮวงจุ้ย ที่สำคัญฉันก็เก่ง เธอก็เก่งเพราะต่างก็เรียนฮวงจุ้ยมา แบบต้องเถียงกันอุตลุต แล้วเล่นทุกศาสตร์ ตั้งแต่เลขที่บ้านก็ต้องมีตัวเลขปะแปะแก้ จะจัดสีเฟอร์นิเจอร์ห้องรับแขก ห้องอาหาร ห้องนอน ห้องน้ำห้องส้วมก็มีใช้เดช ศรี มูละ แล้วบ้านก็ทาสีม่วงหวานจนเยิ้ม ทั้งๆ ที่บ้านของเขาหลังอิงเหนือหน้าหันใต้

ถามพี่เขาว่าทำไมทาสีม่วงล่ะ เขาบอกว่าที่ทางสีม่วงเพราะที่เรียนมาอาจารย์สอนว่าเป็นสีประจำยุค ทาแล้วจะมีโชคลาภ แล้วทำไมเลขที่บ้านพี่ต้องเติมตัวเลข เขาบอกว่าเพราะตามตัวเลขบอกว่าไม่ดี ต้องทำให้ตัวเลขมีค่าที่ไม่เหมือนเดิม ผมก็ถามว่าแล้วทำไมต้องบวก พี่เขาก็ตอบว่าจะได้ค่าตัวเลขที่รวมผลออกมาจะบอกว่าบ้านมีปัญหาอะไร ผมคุยกันทุกจุดที่พี่เขาทำการแก้ฮวงจุ้ยในบ้าน ซึ่งพี่เขาก็เล่าสิ่งที่เรียนมาอย่างมั่นใจ เลยถึงบางอ้อว่า เรียนมาเพียบ

ก็ไม่กล้าไปขัดแย้งกับพี่เขา เสียเงินเรียนไปก็เยอะ แถมเชื่อมั่นมากเพราะที่เรียนแต่ละคนพี่เขาก็เลือกเฟ้นแล้ว เมื่อผมออกจากบ้านพี่เขา บอกได้คำเดียวแค่สีบ้านพี่เขา 2 คน ยังต้องโต้เถียงกันไปอีกนาน บ้านหลังอิงเหนือ หน้าหันใต้ ทาสีม่วงไปได้

วันจันทร์ที่ 18 กรกฎาคม พ.ศ. 2554

ยันต์ 5 แถว ประสบการณ์ ในวันเข้าพรรษา


ช่วงวันหยุดเข้าพรรษาที่ผ่านมา ผมได้เดินทางไปต่างจังหวัดหวังหาพระอาจารย์ดีๆ ที่มีศีลาจารวัตรงดงามอย่างนี้ ต้องไปทางภาคอีสานบ้านเรา เพราะพระป่ามีมากแต่เที่ยวนี้เจอเลยครับ ไม่ได้เจอพระดีนะครับแต่ได้เจอกับหนุ่มหน้าตาดีไปหมดคนหนึ่ง กำลังพูดคุยประสบการณ์อันน่าตื่นเต้น ประมาณว่า หนุ่มน้อยหน้าตาดีไปหมดผู้นี้ชอบของดี แสวงหาคนดีมีวิชา ได้สนทนากันแล้วรู้สึกว่าอย่างนี้ต้องขยาย คือนำมาเล่าสู่กันฟัง

หนุ่มน้อยผู้นี้มีศรัทธาในอาจารย์สักผู้หนึ่งอย่างมาก ขนาดว่าพึ่งได้พูดคุยเจรจากับผม ยังเรียกว่าสนิทก็ยังไม่กล้าเรียก แต่หนุ่มน้อยผู้นี้ก็โชว์ลายสักที่ไหล่ซ้ายด้านหลังเป็นยันต์ห้าแถว หนุ่มน้อยผู้นี้ได้รับการสักมาจากเจ้าของวิชาตัวจริง โดยอ้างว่ามีพุทธานุภาพมากประมาณ และบรรยายสรรพคุณให้ฟังว่า

แถวที่ 1 จะช่วยให้ผลดีทางแก้ฮวงจุ้ย ที่อยู่อาศัย ทางสามแพร่ง ซอยตัน ประตูตรงกัน หรือธรณีศาลต้องโทษ

แถวที่ 2 จะหนุนดวง เช่น ดวงตก ดวงขาด พระศุกร์เข้าพระเสาร์แซก ทำอะไรก็ไม่ดี จะทำให้เรื่องร้ายกลายเป็นดี

แถวที่ 3 กันของจำพวกคุณไสย กันคนปล่อยของ ถูกของ กันผี กันสาง กันเสนียดจันไร ยกตัวอย่างเช่น คนที่ถูกรถชนตายหรือตายก่อนกำหนด วิญญาณไม่ไปผุดไปเกิด เร่ร่อนอยู่ตามถนนหนทางได้รวมตัวกันที่ทางสามแพร่งหรือทางสามแยก เวลาเราขับรถผ่านสถานที่นั้น วิญญาณพวกนี้จะมาบังตาทำให้เกิดอุบัติเหตุ แถวที่ 3 ป้องกันได้ดีนัก

แถวที่ 4 เป็นแถวแห่งโชคลาภและความสำเร็จ ไม่ว่าเราจะทำอะไรก็ช่วยให้ประสบความสำเร็จไปด้วยดี

แถวที่ 5 เป็นแถวแห่งเสน่ห์มหานิยม เป็นที่เมตตาของคนที่พบเห็น

แหมสรรพคุณเยี่ยงนี้เชียวหรือ จริงๆ แล้วทางทีมงานเราก็ไม่อยากเข้าไปยุ่ง เพราะเห็นว่าทางใครทางมัน ชอบใครชอบมัน จะดีร้ายก็เป็นความเชื่อส่วนบุคคล ไม่ได้คิดจะขัดศรัทธา
แต่เห็นว่าหนุ่มน้อยกำลังเล่าประสบการณ์เกี่ยวกับยันต์ 5 แถว ที่เจ้าตัวมีอยู่และประสบมา ก็เลยขอถามว่าสักแล้วเป็นอย่างไรบ้างล่ะน้อง แกก็บอกว่าดีนะพี่ แล้วไอ้ที่ว่าดีนะ ดีดังสรรพคุณที่อาจารย์เขาว่าไว้เลยหรือ

เอาจริงๆ นะพี่ ผมก็ไม่รู้ซิ(อ้าว) เพราะว่าเมื่อไม่กี่วันนี้เมียรัก ที่เคยอยู่ด้วยกันมาก็ปันใจให้เพื่อนเลิฟ ผมเองไม่เป็นไร...มันอยากได้ก็ยกให้มันไป แต่ที่หน้าเจ็บใจซิพี่ ผมจอดรถมอไซด์ไว้หน้าร้านเซเว่น พอซื้อน้ำออกมารถหายไป
เดินไปถามหาวัยรุ่นแถวนั้นมันดันหาว่าโทษมัน...เลยโดนยำสหบาทาชุดใหญ่ แต่เหนียวว่ะพี่ เลือดไม่ออกสักหยด ผมคิดว่าแค่นี้ก็ดีแล้วถ้าไม่ได้ยันต์ 5 แถวนะพี่ ปานนี้คงมีมีดปักอกผมก็ได้ โอ้โหน้องนี่มันเล่นเอามีดแทงเลยหรือ

เปล่าหรอกพี่มันไม่ได้เอามีดแทงหรอก ผมคิดว่าที่ผมไม่โดนมีดหรือพวกมันไม่มีมีดเพราะยันต์ 5 แถว โธ่พี่แค่ตีนมาผมก็ไม่คิดจะสู้มันหรอก ก็นึกว่าสะเดาะเคราะห์แล้วกัน โอ๊ยไอ้น้องคนนี้น่าคบจริงๆ มองอะไรบวกไปหมด ดีใจแทนอาจารย์สักท่านนั้นจริงๆ เพราะถ้าเป็นผมคงกลับไปให้ลบออกให้หมดแล้ว ก็หน้าตาของหนุ่มน้อยเขาบวมปูด เขียวช้ำหมดทั้งหน้า นี่แหละครับว่าหน้าตาดีๆ หายไปหมด

เอาล่ะเมื่อได้คุยสนทนากับหนุ่มน้อยผู้นี้ผมก็สรุปว่ายันต์ 5 แถว ก็เป็นความเชื่อส่วนบุคคล คงจะกันอะไรไม่ได้ทุกกรณีแบบเอาใจนะ สำหรับสักยันต์ 5 แถวแล้วแก้ฮวงจุ้ยได้ก็เอาเถอะพ่อมหาจำเริญ ขนาดเมียนอนอยู่ในบ้านยังกันชู้ไม่ได้เลย หนุ่มน้อยเล่าว่าคนที่ให้ตังค์ไปสักก็เมียเขาเอง แต่สักมาแล้วเมียดันมีเลิฟใหม่
น้องเขาก็ว่าคงเป็นเพราะฮวงจุ้ยบ้านไม่ดี ปัจจุบันเลยย้ายตัวเองไปนอนที่อื่นแล้ว อ้าว!...พ่อหนุ่มลืมแล้วหรือว่าแก้ฮวงจุ้ยได้

ผมมีคนรู้จักชอบสักเหมือนกัน แต่คงคนละอาจารย์กันแน่ เพราะตัวลายพร้อยหาที่ว่างไม่ได้เลย แต่ที่เด่นคือชอบพกเขี้ยวเสือ พกเขี้ยวเป็น 100 ซี่รอบตัวเลย เวลาที่ผู้คนสวดมนต์ทำสมาธิภาวนาพุทโธกัน แต่คุณพี่คนนี้คำรามเป็นเสือเลย สร้างความหวาดหวั่นกับคนที่นั่งอยู่ข้างหน้าพี่เขา คือกลัวว่าของขึ้นแล้วจะขบหัวเอานะ แล้วเรื่องนี้เกี่ยวอะไรด้วย

ข้อคิดสะกิดใจก็อยู่ที่เขี้ยวเสือ ที่นักเลงเครื่องรางนิยมกัน คุณๆ เชื่อไหมเสือที่ว่าเก่งนักเก่งหนายาวตั้ง 8 ศอก สัตว์ทั้งป่าล้วนขยาด แต่ก็รักษาเขี้ยวตัวเองไว้ไม่ได้ และที่ต้องตายก็คงเพราะ accessory เช่น หนังหน้าผาก หนัง เขี้ยว หำ กระดูก เรียกว่าทั้งตัวนั่นแหละ ฉันใดก็ฉันนั้น เมื่อเสือยังรักษาชีวิตตัวเองไว้ไม่ได้ แล้วคนเป็นๆ อย่างเราไปเอาเขี้ยวมันมาจารลงคาถาอาคมเพื่อเป็นมหาอำนาจ แล้วจะมีมหาอำนาจจริงหรือ? อักขระทั้งหลายก็เหมือนกัน จะมีอิทธิฤทธิ์เมื่อคุณอ่านออก เช่น ถ้าคุณคนไทยนะ แล้วเจอว่าห้ามข้ามถนนตรงนี้ ฝ่าฝืนจับปรับ 1000 บาท หรือถ้าโดนชนแล้วตายฟรี คุณจะข้ามไหม? ผมว่าคุณคงไม่ข้าม

ที่เล่ามาเสียยืดยาวจริงๆ แล้วไม่อยากจะขวางใคร จะสักจะทำอะไรก็ up to you แต่ทำอะไร เชื่ออะไรควรมีสติ ไม่คิดจะเปลี่ยนความคิดใคร
แต่บางทีไม่เอามาเล่าสู่กันฟังแหมเดี๋ยวจะหาว่ารู้แล้วไม่บอกกัน วิชาแต่ละวิชานั้นมีดี ถ้ารู้จักสอนแล้วรู้จักใช้ แต่ผู้ได้รับการถ่ายทอดก็ควรมีสติและปัญญาสมกับวิชานั้นด้วย จึงจะทำให้วิชานั้นจำเริญสืบไป ดังนั้นเราผู้ถ่ายทอดก็ต้องรู้จักนิสัยศิษย์ว่า จะอธิบายในวิชาอย่างไรที่จะนำวิชาไปใช้อย่างเหมาะสม และเราผู้สอนต้องรู้จริง

วันอังคารที่ 28 มิถุนายน พ.ศ. 2554

เก็บตก ความรู้โหราศาสตร์ กับวิธีแก้กรรมจาก ทีวีดิจิตอล


เดี๋ยวนี้เรื่องโหราศาสตร์ ฮวงจุ้ย และศาสตร์พยากรณ์ต่างๆ รวมถึงเรื่องการแก้กรรม ผ่านทีวีโดยเฉพาะพวกเคเบิ้ลทีวี หรือที่เรียกว่าทีวีดิจิตอลแบบติดจานดาวเทียม ดูจะเป็นเรื่องปกติเพราะต่างมีการจัดทำรายการ ที่เกี่ยวกับศาสตร์พยากรณ์ขึ้นมากมาย ทั้งที่ผู้จัดทำรายการลงทุนเช่าช่องสถานี แล้วจัดหาซินแสมาหมุนเวียนจัดรายการ กับอีกประเภทคือตัวซินแสหรือตัวหมอดู ลงทุนเช่าช่องทำรายการทีวีเอง

การมีทีวีดาวเทียม ในด้านดีทำให้เกิดมุมมองความรู้ต่างๆ ที่ส่งออกไปได้ไกลรับรู้ได้กว้างขวาง ในด้านเสียที่เกิดขึ้นก็ไปได้กว้างขวางเช่นกัน ขณะเดียวกันก็ได้สะท้อนเห็นว่าศาสตร์พยากรณ์ มีการนำเสนอศาสตร์ต่างๆ ที่เป็นไปในทางการค้าและสร้างความรู้ผิดๆ มากเกินจริง เพราะบางคนก็มีการขายเครื่องรางของขลัง ที่ลากมาเกี่ยวข้องกับศาสตร์ความรู้ด้านการพยากรณ์ ทั้งๆ ที่เครื่องรางของขลังเป็นเรื่องของไสยศาสตร์ ที่เป็นคนละความรู้กับศาสตร์แห่งการพยากรณ์

บางคนเป็นหมอดูที่มีอิทธิฤทธิ์อิทธิเดชสุดแสนจะพิศดาร มีความสามารถระลึกชาติได้ เห็นอดีตชาติได้แบบตามใจหมอดู เรียกว่าเก่งกว่าพระอรหันต์ที่บำเพ็ญเพียรมายาวนาน
ที่โชว์การทำนายด้วยจิตพิเศษ ทายทักผู้คนด้วยมุกที่หลายท่านไปไหนจะเจอว่า ตัวเองก็มีดีกรี "อดีตชาติเป็นทหารกู้ชาติ" แต่ปัจจุบันต้องมีชะตาชีวิตที่ยากลำบาก ต้องมีโรคเวรโรคกรรม หรือถ้าเป็นดารามาร่วมรายการ ก็มีการทำนายว่าชาติที่แล้วเป็นถึงราชมัล ฟังดูก็ช่างมียศศักดิ์นัก ใครได้ฟังก็แสนจะดีใจ แต่ที่ไหนได้ไม่รู้หรอกว่าราชมัลนะเป็นเจ้าหน้าที่ลงโทษคน ก็ประมาณเจ้าหน้าที่ราชทัณฑ์สมัยนี้นั่นแหละ

และมีเรื่องน่าสนใจว่าหมอดูบางท่าน อาจจะเพิ่งนึกขึ้นได้ว่าเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ของไทย แต่กลับชาติมาเกิดเป็นหมอดู ...งานนี้มีฮา อึ้ง ทึ่งตลกแน่ ตอนนี้กำลังปรับลุ๊คให้ดูคล้ายหน่อย จะได้ดูเหมือน และกำลังรอเวลาที่จะอ้างดาวราชรถมาเกยอยู่ กำลังคิดอยู่จะเปิดตัวยังงัยดี เพราะอดีตที่จะอ้างนั้นมีบารมียิ่งใหญ่ แต่ชีวิตจริงเป็นหมอดู ก็ต้องหาทางหนีทีไล่ให้ดี ...ก่อนเปิดตัว

แล้วการเป็นหมอดูในยุคนี้ แต่ละคนก็ต้องไม่ธรรมดา ต้องสแกนกรรมได้ มีจิตสัมผัสที่ไม่ธรรมดา ต้องรู้กรรมเก่าและต้องแก้กรรมได้
หมอดูผู้วิเศษบางคนก็ผูกใจคน หรือลูกศิษย์ด้วยเรื่องภพชาติที่มีต่อกัน ลูกศิษย์ก็สนุกเพราะได้ฟังภพชาติตัวเองแล้วเพลิดเพลิน เหมือนเป็นดารานักแสดงที่คอยรับบทบาท หรือรับสมอ้างทำตลกตามอาจารย์ไป เป็นได้ทุกภพชาติที่อาจารย์นึกขึ้นได้ ทั้งๆ ที่ชีวิตจริงต้องหาตังค์มาเลี้ยงอาจารย์ผู้วิเศษ และไม่เคยเห็นด้วยตนเอง ทั้งๆ ที่เฝ้าติดตามกราบไหว้จนก้นกระดก แต่จริงๆ แล้วถ้าศึกษาโหราศาสตร์จนเข้าใจถ่องแท้ ศาสตร์นี้ก็สามารถอ่านเวรกรรมที่มีมาในอดีตได้ โดยไม่ต้องพึ่งพาพวกแอบอ้างเป็นเจ้าเข้าผีทั้งหลาย หรือแม้แต่พวกที่พยายามเป็นเอ็กซ์เมน ที่ทุกวันนี้ต้องพากันเป็นเช่นนี้ เพราะจะดูธรรมดาเกินที่จะน่าสนใจ

อีกเหตุผลก็คือเพื่อให้พ้นผิด ไม่ต้องรับผิดชอบใดๆ เพราะถ้าผิดพลาดขึ้นมา ตัวหมอดูที่มีพลังพิเศษทั้งหลายก็พูดแก้ตัวได้ว่า...ไม่เกี่ยว แต่มันเป็นเรื่องสัมผ้สพิเศษ เพราะบอกแล้วว่าดูด้วยจิตสัมผัส สัมผัสมาอย่างไรก็บอกให้อย่างนั้น และเขาเป็นใครที่บอกตอบไม่ได้ พิสูจน์ไม่ได้ เพราะแกสัมผัสเห็นอยู่คนเดียว ขนาดทีวีบางช่องที่บางคนพอดูวันเดือนปีเสร็จ ทำนายว่ามีเคราะห์กรรมอย่างนั้นอย่างนี้ พร้อมกับวิธีแก้กรรมให้เสร็จ นับว่าเป็นเรื่องดีนะที่ช่วยเหลือ แต่มาฮาตอนที่บอกให้แก้กรรมว่า "ต้องไปกินซาลาเปาทุกวันจันทร์" นี่แหละปัญหาเพราะไม่บอกด้วยว่าจะให้กินใส้หมูหรือใส้อะไรด้วย ดูรายการพวกดิจิตอลทีวีแล้ว เข้าใจเลยว่าทำไมคุณแจ๋วริมจอ คอลัมน์นิสต์ในนสพ.ไทยรัฐถึงบอกว่า... ถึงเวลาที่ทีวีดาวเทียม ต้องมีการควบคุมกันแล้ว

ที่เล่าให้ฟังนี่เป็นเพียงบางส่วน ก็เพราะอยากให้คุณผู้อ่าน ที่มีลูกหลานดูทีวีดาวเทียมไทย เวลารับชมได้ยินได้ฟัง โปรดตั้งสตินำมาพิจารณา
อย่าเพียงแต่รับรู้ รับฟังโดยขาดสติพิจารณา และปล่อยให้เด็กๆ ดูตามลำพัง เพราะดูแล้วน่าเป็นห่วงกับสิ่งที่จะได้รับแบบผิดๆ