ต้องยอมรับว่าด้วยการสื่อสารที่ไร้พรมแดนในยุคปัจจุบัน โดยมีสื่อต่างๆ ที่นำเสนอให้เราได้รู้ว่ามีคนที่มีความสามารถพิเศษในทุกวันนี้มากขึ้น ซึ่งรวมไปถึงเจ้าพอลที่เรียกว่าแม่นจนโด่งดังไปทั่วโลก ซึ่งเป็นเรื่องดีที่มีบุคคลที่มีความสามารถที่จะรู้เห็น และสามารถสัมผัสกับอดีตและอนาคตที่จะเกิดขึ้นได้ ถ้าถามว่ามีจริงไหม ก็ต้องตอบว่ามีอยู่จริง แต่อยู่ที่ว่าของจริงหรือของเทียม ซึ่งแม้แต่พระพุทธองค์ก็ทรงรู้ว่ามี แต่ไม่ให้ยึดถือเพราะไม่ใช่ทางหลุดพ้น อีกทั้งยังทรงห้ามมีให้แสดง เพราะทรงรู้ว่าเป็นเรื่องที่ไม่เที่ยง มีได้เสื่อมได้ โดยเฉพาะปุถุชนคนทั่วไปที่แวดล้อมไปด้วยกิเลสตัณหาท่ามกลางชีวิตที่ดำรงอยู่
เพราะที่ว่าเห็น เห็นเพราะอุปทาน หรือเห็นจริงๆ ซึ่งเรื่องนี้คนที่ฝึกกรรมฐานจะเข้าใจ ไม่ใช่เรื่องฝึกสมาธิแล้วจะเห็นนะ เพราะมันยังมีสภาวะไม่เที่ยงผสมอยู่มาก และโดยเฉพาะที่พระพุทธองค์ไม่ทรงสนับสนุนก็เพราะจะเป็นเหตุแห่งความวุ่นวาย แล้วก็เป็นเช่นนั้น ผมมีเพื่อนที่เกิดปัญหาจากคนที่มีความสามารถรู้เห็นและสัมผัสได้นี่แหละ ก็เป็นกลุ่มสังคมที่นิยมชมชอบกัน ไปไหนมาไหนด้วยกัน ซึ่งในกลุ่มก็เป็นนักธุรกิจทำการค้าแตกต่างกันไป
จนวันหนึ่งเพื่อนท่านนี้ก็มีงานที่จะใช้บริการกับเพื่อนในกลุ่ม ก็มีการพูดคุยทำการค้าข้อตกลงกัน แต่หลังจากที่ตกลงกันไปก็เนิ่นนานงานก็ยังไม่ได้ทวงถามก็แล้ว แต่ก็ไม่อยากขัดแย้งจึงหยวนๆ ไป จนงานที่ว่าจ้างจะเดือนแล้วก็ตัดใจไม่เอาไปขอคืนก็ได้รับคำตอบว่าอีก 2 วันเสร็จ แต่พองานเสร็จก็มีปัญหาด้วยราคาที่เรียกออกมาฟันหัวแบะ คงสงสัยว่าไม่สอบถามราคาก่อนหรือ เขาถามและให้แจ้งราคาก่อนทำแล้วแต่นานวันก็ไม่ได้ เขาก็คิดว่าไม่น่ามีปัญหาคนรู้จักกัน นี่ขนาดนับเป็นเพื่อนกัน สุดท้ายเดือดร้อนหัวหน้ากลุ่ม ที่เป็นศูนย์รวมของกลุ่มคณะมาไกล่เกลี่ยเรื่องก็จบ เพื่อนผมได้ตังค์คืนและคืนของเขาไป
แต่เรื่องนี้ก็ยังไม่จบ เพราะมาประหลาดตรงที่ตัวผู้ไกล่เกลี่ย ซึ่งเป็นผู้สามารถรู้สัมผัสและสื่อกับองค์เทพได้ และเท่าที่ฟังเขาเล่ามีหลายองค์ ดังๆ ทุกองค์ เพราะหลังเกิดเหตุได้นัดสังสรรค์ตามปกติ แต่เพื่อนผมไม่ได้ไปแต่ก็มีเพื่อนในกลุ่มส่งข่าวว่าวันนั้นองค์ลงครับ และองค์ที่ลงวันนั้นคือเสด็จพ่อพระพิฆเณศ ท่านมาก็ด้วยเรื่องที่เกิดขึ้น ผมก็เลยฮาว่างานนี้มั่วนิ่ม...ชัวร์รรรร
ที่เขามาหาผมเพราะเพื่อนผมก็ยังไม่แน่ใจ เพราะความรู้สึกยังปนๆ อยู่กับความเชื่อความเกรงใจในตัวหัวหน้ากลุ่ม ผมจึงอธิบายว่าขอให้ตั้งสติคิดไล่เหตุและผลดู ที่ว่ามั่วก็เพราะเรื่องนี้เกิดขึ้นเขามีพยานอยู่ด้วยในวันที่ส่ั่งของ แต่หัวหน้ากลุ่มไม่รู้เรื่องตั้งแต่ต้น(ปัจจุบันก็ไม่รู้ เหมือนน้ำเต็มแก้ว)...มารู้ตอนเกิดเรื่องไปแล้ว หนำซ้ำอยู่ในกลุ่มเดียวกันบอกเป็นเพื่อนกัน แล้วทำไมถึงไม่ถามต้นสายปลายเหตุ ก่อนที่จะมารับหน้าที่ไกล่เกลี่ย ไม่ใช่ฟังความข้างเดียว นี่เสียเรื่องที่ 1 ตกเป็นเหยื่อของคดี ไปฟังความฝ่ายเดียวเพราะคนนั้นสนิทกว่า ชอบคอมากกว่าอีกฝ่าย นี่เสียหาย
ประการที่ 2 พออ้างเทพเทวา เพราะทุกคนในกลุ่มต่างรับรู้ว่าเขามีความพิเศษรู้สัมผัสได้ ทำให้งานนี้ได้รู้ว่ามีจริงหรือไม่จริง โดยเฉพาะคู่กรณีที่รู้ต้นสายปลายเหตุที่แท้จริง ที่สำคัญเสด็จพ่อพิฆเณศท่านไม่มาหรอก เพราะอะไรล่ะ? เพราะด้วยญาณบารมีของท่าน ทำไมท่านจะไม่รู้ใครเป็นใคร ใครทำดีทำชั่ว แล้วคิดหรือว่าท่านจะยุ่งเรื่องชาวบ้านทะเลาะกัน...ธุระไม่ใช่
นี่แหละครับหาเหตุผลที่แท้จริงไม่เจอ เล่นลงองค์ปิดปากปิดข้อสงสัยกันไป แต่ก็ดีครับอย่างน้อยงานนี้ก็ได้จับผิดว่า ตกลงมีองค์จริงหรือเป็นอุปาทานที่คิดว่ามี ระวังๆ กันหน่อยนะครับเยอะขึ้นทุกวัน ยิ่งเดี๋ยวนี้ถ้าได้ออกสื่อยิ่งเป็นตัวเร่ง(ความอยาก) จงอย่าเชื่อในสิ่งที่ตาเห็น หูได้ยินเท่านั้น แต่ต้องมีสติ ปัญญา อย่าหลงหรือเกรงใจ ผมปลอบเพื่อนว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวพี่โน๊ตแต้อุดมรู้ แกช่วยไปล้อเป็นตลกให้แบบที่ออกตีสิบได้ฮากัน
เพราะที่ว่าเห็น เห็นเพราะอุปทาน หรือเห็นจริงๆ ซึ่งเรื่องนี้คนที่ฝึกกรรมฐานจะเข้าใจ ไม่ใช่เรื่องฝึกสมาธิแล้วจะเห็นนะ เพราะมันยังมีสภาวะไม่เที่ยงผสมอยู่มาก และโดยเฉพาะที่พระพุทธองค์ไม่ทรงสนับสนุนก็เพราะจะเป็นเหตุแห่งความวุ่นวาย แล้วก็เป็นเช่นนั้น ผมมีเพื่อนที่เกิดปัญหาจากคนที่มีความสามารถรู้เห็นและสัมผัสได้นี่แหละ ก็เป็นกลุ่มสังคมที่นิยมชมชอบกัน ไปไหนมาไหนด้วยกัน ซึ่งในกลุ่มก็เป็นนักธุรกิจทำการค้าแตกต่างกันไป
จนวันหนึ่งเพื่อนท่านนี้ก็มีงานที่จะใช้บริการกับเพื่อนในกลุ่ม ก็มีการพูดคุยทำการค้าข้อตกลงกัน แต่หลังจากที่ตกลงกันไปก็เนิ่นนานงานก็ยังไม่ได้ทวงถามก็แล้ว แต่ก็ไม่อยากขัดแย้งจึงหยวนๆ ไป จนงานที่ว่าจ้างจะเดือนแล้วก็ตัดใจไม่เอาไปขอคืนก็ได้รับคำตอบว่าอีก 2 วันเสร็จ แต่พองานเสร็จก็มีปัญหาด้วยราคาที่เรียกออกมาฟันหัวแบะ คงสงสัยว่าไม่สอบถามราคาก่อนหรือ เขาถามและให้แจ้งราคาก่อนทำแล้วแต่นานวันก็ไม่ได้ เขาก็คิดว่าไม่น่ามีปัญหาคนรู้จักกัน นี่ขนาดนับเป็นเพื่อนกัน สุดท้ายเดือดร้อนหัวหน้ากลุ่ม ที่เป็นศูนย์รวมของกลุ่มคณะมาไกล่เกลี่ยเรื่องก็จบ เพื่อนผมได้ตังค์คืนและคืนของเขาไป
แต่เรื่องนี้ก็ยังไม่จบ เพราะมาประหลาดตรงที่ตัวผู้ไกล่เกลี่ย ซึ่งเป็นผู้สามารถรู้สัมผัสและสื่อกับองค์เทพได้ และเท่าที่ฟังเขาเล่ามีหลายองค์ ดังๆ ทุกองค์ เพราะหลังเกิดเหตุได้นัดสังสรรค์ตามปกติ แต่เพื่อนผมไม่ได้ไปแต่ก็มีเพื่อนในกลุ่มส่งข่าวว่าวันนั้นองค์ลงครับ และองค์ที่ลงวันนั้นคือเสด็จพ่อพระพิฆเณศ ท่านมาก็ด้วยเรื่องที่เกิดขึ้น ผมก็เลยฮาว่างานนี้มั่วนิ่ม...ชัวร์รรรร
ที่เขามาหาผมเพราะเพื่อนผมก็ยังไม่แน่ใจ เพราะความรู้สึกยังปนๆ อยู่กับความเชื่อความเกรงใจในตัวหัวหน้ากลุ่ม ผมจึงอธิบายว่าขอให้ตั้งสติคิดไล่เหตุและผลดู ที่ว่ามั่วก็เพราะเรื่องนี้เกิดขึ้นเขามีพยานอยู่ด้วยในวันที่ส่ั่งของ แต่หัวหน้ากลุ่มไม่รู้เรื่องตั้งแต่ต้น(ปัจจุบันก็ไม่รู้ เหมือนน้ำเต็มแก้ว)...มารู้ตอนเกิดเรื่องไปแล้ว หนำซ้ำอยู่ในกลุ่มเดียวกันบอกเป็นเพื่อนกัน แล้วทำไมถึงไม่ถามต้นสายปลายเหตุ ก่อนที่จะมารับหน้าที่ไกล่เกลี่ย ไม่ใช่ฟังความข้างเดียว นี่เสียเรื่องที่ 1 ตกเป็นเหยื่อของคดี ไปฟังความฝ่ายเดียวเพราะคนนั้นสนิทกว่า ชอบคอมากกว่าอีกฝ่าย นี่เสียหาย
ประการที่ 2 พออ้างเทพเทวา เพราะทุกคนในกลุ่มต่างรับรู้ว่าเขามีความพิเศษรู้สัมผัสได้ ทำให้งานนี้ได้รู้ว่ามีจริงหรือไม่จริง โดยเฉพาะคู่กรณีที่รู้ต้นสายปลายเหตุที่แท้จริง ที่สำคัญเสด็จพ่อพิฆเณศท่านไม่มาหรอก เพราะอะไรล่ะ? เพราะด้วยญาณบารมีของท่าน ทำไมท่านจะไม่รู้ใครเป็นใคร ใครทำดีทำชั่ว แล้วคิดหรือว่าท่านจะยุ่งเรื่องชาวบ้านทะเลาะกัน...ธุระไม่ใช่
นี่แหละครับหาเหตุผลที่แท้จริงไม่เจอ เล่นลงองค์ปิดปากปิดข้อสงสัยกันไป แต่ก็ดีครับอย่างน้อยงานนี้ก็ได้จับผิดว่า ตกลงมีองค์จริงหรือเป็นอุปาทานที่คิดว่ามี ระวังๆ กันหน่อยนะครับเยอะขึ้นทุกวัน ยิ่งเดี๋ยวนี้ถ้าได้ออกสื่อยิ่งเป็นตัวเร่ง(ความอยาก) จงอย่าเชื่อในสิ่งที่ตาเห็น หูได้ยินเท่านั้น แต่ต้องมีสติ ปัญญา อย่าหลงหรือเกรงใจ ผมปลอบเพื่อนว่าไม่เป็นไรเดี๋ยวพี่โน๊ตแต้อุดมรู้ แกช่วยไปล้อเป็นตลกให้แบบที่ออกตีสิบได้ฮากัน
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
ท่านสามารถแสดงความคิดเห็นได้ครับ