ปี 2554 นี้ กระแสเรื่องปีชงเป็นเรื่องที่ฮ๊อตสุดๆ ชนิดที่่ว่าไม่เพียงคนไทยเชื้อสายจีน หรือไทยพุทธ จะพูดถึงเรื่องปีชง หาสิ่งของแก้ชงกันให้อุตลุด ไม่เว้นแม้แต่ลูกน้องในบริษัท ที่ไม่ใช่พุทธหรือจีน เธอก็สนใจกับกระแสนี้ด้วยเช่นกัน ที่ถามหาวิธีแก้ชงให้กับตัวเอง เล่นเอางงไปไม่ถูกเหมือนกัน เพราะไม่คิดว่าจะเชื่อ จะให้ไปไหว้พระทำบุญก็ไม่ได้ จะให้ไปพะเก่งเสริมชะตาก็ไม่ได้ สุดท้ายแนะให้ไปทำบุญบริจาคช่วยเหลือเพื่อนมนุษย์ ที่โรงพยาบาลรามาธิบดี หรือศิริราชก็ได้ ที่มีโครงการช่วยเหลือผู้ป่วยที่ปลูกถ่ายเซลล์ หรือผู้ป่วยยากไร้ตามโรงพยาบาลต่างๆ คงไม่ขัดกับประเพณีหรือการนับถือศาสนาใดๆ เพราะช่วยเพื่อนร่วมโลก
ในมุมมองของคนทั่วไป จะมองว่าปีนี้ที่คนหันมาสนใจเรื่องฮวงจุ้ยหรือปีชงกันมากขึ้น เป็นกระแสที่มาแรง แต่ในมุมมองเกจิอาจารย์ ต้องบอกว่าน่าเป็นห่วง เพราะเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่ากำลังใจของผู้คน หรือความเชื่อมั่นในตัวเองลดน้อยถอยลง จึงต้องแสวงหาที่พึ่งทางใจกันอย่างมากมาย เพราะความผันแปรที่รวดเร็วและความซับซ้อนทางสังคมที่เปลี่ยนไป
ที่ว่าน่าเป็นห่วงคือ เมื่อจิตใจของคนเรา ที่ตกอยู่ในสภาวะเศรษฐกิจไม่ดี ชีวิตขาดความมั่นคง ไม่มีความแน่นอน เงินทองไม่พอใช้ ก็พร้อมที่จะยอมรับความเชื่อ ความงมงาย และความรู้ความเข้าใจที่ผิดๆ ได้ง่ายยิ่งขึ้น มากกว่าที่จะใช้สติ และเหตุผลในการพิจารณาอย่างรอบคอบ หรือแก้สถานการณ์ปัญหาชีวิตไปในทิศทางที่ถูกต้องได้ยาก โดยเฉพาะกลุ่มที่คาดหวัง บอกให้ทำอะไรก็ทำ เสียเงินเท่าไหร่ก็ยอมขอให้ดีขึ้น ขอให้ได้ตามที่ตัวเองคาดหวัง
โดยเฉพาะปัจจุบันที่กระแสนิยมเรื่องปีชง ความเชื่อ ฮวงจุ้ย โหราศาสตร์ ที่มีมากมาย ต้องยอมรับว่าสื่อทีวีมีส่วนสำคัญ ที่่ช่วยปลุกกระแสผลักดันให้ผู้คนหลงไหล เกิดเป็นกระแสนิยมเรื่องฮวงจุ้ย และเรื่องปีชงที่มีขึ้นอย่างมาก ความก้าวหน้าของดาวเทียมทำให้มีรายการประเภท โหราศาสตร์ ฮวงจุ้ย ทั้งที่ซินแสลงทุนทำรายการเอง และเป็นแขกประจำรายการ มีให้ดูมากมายกว่าในอดีตที่ผ่านมา จึงทำให้มีผู้รับรู้และสนใจเรื่องหมอดู ฮวงจุ้ยและปีชงอย่างมากในปี 2254 นี้
แต่ในมุมกลับที่น่ากลัวก็คือการรับรู้ผิดๆ เพราะการชมทีวีมีการรับรู้ได้ง่าย มีมิติที่ดึงดูดประสาทรับรู้ของจิตใจคนเราให้ยอมรับ...เรียกว่าใจนั้นเชื่อไปแล้วทันทีที่ได้รับชม ด้านผู้ผลิตรายการทีวีก็ไม่รู้ว่่า สิ่งที่เผยแพร่ออกไปนั้นจะถูกหรือผิด บางท่านที่ต้องออกรายการทุกสัปดาห์ ก็สร้างวิธีที่จะนำเสนอ และสร้างกระแสนิยมในตัวเองให้มาก ก็ต้องสร้างความแปลกแตกต่าง จนซินแสบางคนต้องหาวิธีสร้างวิชาที่มีมากว่า 4,000 ปีเอามาเป็นของตัวเอง หลักไม่แตกต่างแต่เปลี่ยนชื่อและบางส่วนให้ดูต่าง ส่วนคนดูเองก็ได้แต่รับรู้ รับชมและเชื่อตามไป เพราะทางรายการก็ปกป้องตัวเองว่า "โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม" จะไปโทษทางรายการเขาก็ไม่ได้
เพราะผู้จัดรายการทีวีก็ไม่รู้หรอกว่า วันดีคืนร้ายหมอดูที่ทางผู้จัดเชิญมาออกรายการ จะมีทฤษฎีคอนเฟิร์มใหม่มาพูดออกรายการว่า "การไหว้เจ้าแม่กวนอิม...ที่ถูกต้อง ต้องใช้ธูป 12 ดอก" ทั้งๆ ที่บรรพบุรุพทุกชาติทุกภาษา ที่บูชาพระแม่กวนอิมมาเป็นพันๆ ปี เขาก็ไหว้ 3 ดอก 9 ดอกมานานแล้ว อยู่ดีๆ มีหมอดูมาคอนเฟิร์มว่าไหว้ผิด ป่านนี้อากงอาม่าที่ยังมีชีวิตอยู่ ได้ยินได้ฟังแล้วคงร้องให้เสียใจน่าดูว่า "นี่พวกอั๊วไหว้ผิดมาตลอดชีวิตเลยหรือนี่"
นี่แหละครับสมัยนี้วิทยาการเจริญก้าวหน้าก็จริง ที่ทำให้รับรู้ข่าวสารได้เร็ว แต่จิตใจคนกลับถดถอยลง ไม่คำนึงถึงแม้กระทั่งมโนธรรมว่า ที่พูดที่ำทำไปนั้นจะถูกหรือผิด ขอเพียงให้ตัวเองเด่น ตัวเองดังไว้ก่อน ได้ก่อน รู้ทั้งรู้ที่พูดไปจริงหรือไม่จริง บวชเรียนมาแล้วก็น่าจะรู้ว่า "กรรมทุกกรรม ต้องชดใช้" และกรรมทุกกรรมไม่มีข้อยกเว้น เมื่อมีครูอาจารย์จริงก็ไม่น่า โบราณท่านว่า...เป็นหนทางแห่งความวิบัติ
ในมุมมองของคนทั่วไป จะมองว่าปีนี้ที่คนหันมาสนใจเรื่องฮวงจุ้ยหรือปีชงกันมากขึ้น เป็นกระแสที่มาแรง แต่ในมุมมองเกจิอาจารย์ ต้องบอกว่าน่าเป็นห่วง เพราะเป็นสิ่งที่บ่งบอกว่ากำลังใจของผู้คน หรือความเชื่อมั่นในตัวเองลดน้อยถอยลง จึงต้องแสวงหาที่พึ่งทางใจกันอย่างมากมาย เพราะความผันแปรที่รวดเร็วและความซับซ้อนทางสังคมที่เปลี่ยนไป
ที่ว่าน่าเป็นห่วงคือ เมื่อจิตใจของคนเรา ที่ตกอยู่ในสภาวะเศรษฐกิจไม่ดี ชีวิตขาดความมั่นคง ไม่มีความแน่นอน เงินทองไม่พอใช้ ก็พร้อมที่จะยอมรับความเชื่อ ความงมงาย และความรู้ความเข้าใจที่ผิดๆ ได้ง่ายยิ่งขึ้น มากกว่าที่จะใช้สติ และเหตุผลในการพิจารณาอย่างรอบคอบ หรือแก้สถานการณ์ปัญหาชีวิตไปในทิศทางที่ถูกต้องได้ยาก โดยเฉพาะกลุ่มที่คาดหวัง บอกให้ทำอะไรก็ทำ เสียเงินเท่าไหร่ก็ยอมขอให้ดีขึ้น ขอให้ได้ตามที่ตัวเองคาดหวัง
โดยเฉพาะปัจจุบันที่กระแสนิยมเรื่องปีชง ความเชื่อ ฮวงจุ้ย โหราศาสตร์ ที่มีมากมาย ต้องยอมรับว่าสื่อทีวีมีส่วนสำคัญ ที่่ช่วยปลุกกระแสผลักดันให้ผู้คนหลงไหล เกิดเป็นกระแสนิยมเรื่องฮวงจุ้ย และเรื่องปีชงที่มีขึ้นอย่างมาก ความก้าวหน้าของดาวเทียมทำให้มีรายการประเภท โหราศาสตร์ ฮวงจุ้ย ทั้งที่ซินแสลงทุนทำรายการเอง และเป็นแขกประจำรายการ มีให้ดูมากมายกว่าในอดีตที่ผ่านมา จึงทำให้มีผู้รับรู้และสนใจเรื่องหมอดู ฮวงจุ้ยและปีชงอย่างมากในปี 2254 นี้
แต่ในมุมกลับที่น่ากลัวก็คือการรับรู้ผิดๆ เพราะการชมทีวีมีการรับรู้ได้ง่าย มีมิติที่ดึงดูดประสาทรับรู้ของจิตใจคนเราให้ยอมรับ...เรียกว่าใจนั้นเชื่อไปแล้วทันทีที่ได้รับชม ด้านผู้ผลิตรายการทีวีก็ไม่รู้ว่่า สิ่งที่เผยแพร่ออกไปนั้นจะถูกหรือผิด บางท่านที่ต้องออกรายการทุกสัปดาห์ ก็สร้างวิธีที่จะนำเสนอ และสร้างกระแสนิยมในตัวเองให้มาก ก็ต้องสร้างความแปลกแตกต่าง จนซินแสบางคนต้องหาวิธีสร้างวิชาที่มีมากว่า 4,000 ปีเอามาเป็นของตัวเอง หลักไม่แตกต่างแต่เปลี่ยนชื่อและบางส่วนให้ดูต่าง ส่วนคนดูเองก็ได้แต่รับรู้ รับชมและเชื่อตามไป เพราะทางรายการก็ปกป้องตัวเองว่า "โปรดใช้วิจารณญาณในการรับชม" จะไปโทษทางรายการเขาก็ไม่ได้
เพราะผู้จัดรายการทีวีก็ไม่รู้หรอกว่า วันดีคืนร้ายหมอดูที่ทางผู้จัดเชิญมาออกรายการ จะมีทฤษฎีคอนเฟิร์มใหม่มาพูดออกรายการว่า "การไหว้เจ้าแม่กวนอิม...ที่ถูกต้อง ต้องใช้ธูป 12 ดอก" ทั้งๆ ที่บรรพบุรุพทุกชาติทุกภาษา ที่บูชาพระแม่กวนอิมมาเป็นพันๆ ปี เขาก็ไหว้ 3 ดอก 9 ดอกมานานแล้ว อยู่ดีๆ มีหมอดูมาคอนเฟิร์มว่าไหว้ผิด ป่านนี้อากงอาม่าที่ยังมีชีวิตอยู่ ได้ยินได้ฟังแล้วคงร้องให้เสียใจน่าดูว่า "นี่พวกอั๊วไหว้ผิดมาตลอดชีวิตเลยหรือนี่"
นี่แหละครับสมัยนี้วิทยาการเจริญก้าวหน้าก็จริง ที่ทำให้รับรู้ข่าวสารได้เร็ว แต่จิตใจคนกลับถดถอยลง ไม่คำนึงถึงแม้กระทั่งมโนธรรมว่า ที่พูดที่ำทำไปนั้นจะถูกหรือผิด ขอเพียงให้ตัวเองเด่น ตัวเองดังไว้ก่อน ได้ก่อน รู้ทั้งรู้ที่พูดไปจริงหรือไม่จริง บวชเรียนมาแล้วก็น่าจะรู้ว่า "กรรมทุกกรรม ต้องชดใช้" และกรรมทุกกรรมไม่มีข้อยกเว้น เมื่อมีครูอาจารย์จริงก็ไม่น่า โบราณท่านว่า...เป็นหนทางแห่งความวิบัติ
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
ท่านสามารถแสดงความคิดเห็นได้ครับ