ประเทศชาติประกอบด้วยแผ่นดินและประชาชน น้ำท่วมใหญ่ปี 2554 นี้ แผ่นดินส่วนใหญ่จมอยู่ใต้น้ำนานนับเดือน ประชาชนได้ยากแสนสาหัส และคงยากจะเยียวยาให้กลับสู่สภาพเดิมได้ในเร็ววัน ผู้คนมากมายนับล้านวิถีชีวิตคงเปลี่ยนไปอย่างไม่มีวันกลับคืน หลายต่อหลายครอบครัวสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รักมากมาย เสียบ้านและอีกมากมายเสียที่ทำกิน ถ้าจะโทษอาเพศฟ้าดินรึก็ถูก ด้วยว่าเมื่อราหู(๘) ยกเป็นอุจน์ในราศีพิจิกธาตุน้ำ และดาวอังคาร(๓) ก็ยกเข้าสู่ราศีกรกฎเรือนจันทร์(๒) ได้ตำแหน่งนิจ และมฤตยู(๐) ยังอยู่ราศีมีนทั้งหมดทั้งสิ้นเป็นราศีธาตุน้ำ ธรรมดาแล้วก็ดูได้ว่าปีนี้น้ำค่อนข้างมากอยู่
แต่ปีนี้ได้ดาวพฤหัสบดี(๕) มาเป็นราชาโชคมากุมลัคนาดวงเมือง ทำให้ยามนี้ปริมาณน้ำฝนนั้นมากโขอยู่ แต่ปีนี้เมื่อฤดูร้อนน้ำท่วมภาคใต้หนัก พอเข้าฤดูฝน ฝนก็กระหน่ำภาคเหนือเสียยับเยิน เมื่อแรกก็ลุ่มน้ำยม ทำบางระกำจมน้ำ ทำเอาชาวบ้านไม่มองหน้ากันเพราะเขื่อนแก่งเสือเต้น ถัดมาก็ฝนตกภาคเหนือมากเป็นพิเศษทำให้น้ำหลากนั้นมากประมาณ ธรรมดาแล้วในสมัยโบราณบ้านเราน้ำท่วมทุกปีขนาดสามารถกะเกณฑ์ไว้รับศึกพม่า ได้ว่า ยามฤดูน้ำหลากหามีทัพใดสามารถล้อมกรุงได้ เพราะน้ำนั้นจะทำให้ไพร่พลได้ยาก หญ้าไม่พอปากม้า
มาถึงปัจจุบันนี้ ผู้คนต่างจับจองที่ทำกินกันทุกหย่อมหญ้า เมื่อถึงฤดูน้ำหลาก น้ำท่วมซ้ำซากก็ต่างหาวิธีป้องกันไม่ให้ท่วม เรียกว่าจัดหนักทั้งเขื่อนกันตลิ่ง คันดิน กระสอบทรายนับล้านใบเตรียมกันเพื่อป้องกันตัว แต่ป่าไม้ที่เรามีอยู่ก็ช่วยกันทำลายเพราะความโลภ จนไร้ผู้ช่วยเหลือตามธรรมชาติที่ไม่เคยคิดค่าตอบแทนใดๆ จากมนุษย์ วันนี้เมื่อน้ำท่วมหนักหนาเกินกว่าใครจะเอาอยู่
ทำให้เราเรียนรู้ถึงน้ำจิตน้ำใจคนไทยว่า...คนไทยไม่ทิ้งกัน แต่ผู้แทนนั้นไม่แน่ ระบบที่นายใหญ่วางไว้สำหรับบริหารรากหญ้าก็เน่าตาม พอน้ำท่วมทำอะไรไม่ได้รัฐบาลปูก็น้ำท่วมรูประมาณน้ำท่วมทุ่งผักบุ้งลอยหนี เดี๋ยวเอาหินจะไปถมทะเลบ้าง จะปลูกหญ้าแพรกคลุมดินบ้างจนเครียด...เราเข้าใจ แต่ทั้งรัฐนาวาและผู้นำนั้นตะลึงนานไม่ได้ ประชาชนจะได้ยากทั้งแผ่นดิน แต่ไม่รู้ผู้แทนหาย...ไปไหนหมด พึ่งจะรู้ว่าผู้แทนไทยต้องให้นายกปูสั่งลงพื้นที่ก่อน เพราะทุกวันนี้เห็นแต่ผู้ว่าบรูณาการกันเท้าเปื่อย
ธรรมชาติของน้ำนั้นย่อมไหลจากที่สูงลงสู่ที่ต่ำ เมื่อน้ำเหนือมากมายขนาดนี้เขื่อนทั้งหลายเอาไว้ไม่อยู่ อีกทั้งเดือนนี้เข้าตุลาแล้ว ธรรมดาฝนจะต้องขาดเม็ดจากภาคเหนือแล้ว มาปีนี้ยังมีพายุทะยอยเข้ามาช่วยเติมน้ำให้มากขึ้นไปอีก ประเทศไทยเราน้ำจากภาคเหนือนั้นอย่างไรเสียต้องเร่งผลักลงทะเลให้ไว ชาวบ้านตามริมน้ำแม้จะท่วมบ้างก็ไม่นานนัก ไร่นานั้นคงจะเกี่ยวไม่ทันต้องตกเป็นเหยื่อน้ำท่วมเสียหายมากโขอยู่ และน้ำที่ไหลลงจากภาคเหนือเรานั้นถ้าจะให้ออกทะเลโดยไว ก็ต้องให้ผ่านทางแม่น้ำเจ้าพระยาเป็นหลัก ส่วนเส้นทางรองก็ทุ่งด้านตะวันออก ที่่ช่วยกันดันให้น้ำพ้นกรุงเทพทางคลองใหญ่ด้านตะวันออก อีกทางหนึ่งก็ผันให้ไหลลงสู่แม่น้ำสุพรรณ ออกทะเลทางฝั่งตะวันตก เรียกว่าถ้าช่วยกันทั้ง 3 ทาง ร่วมมือช่วยกันผลักดันน้ำลงทะเล เมืองไทยแม้น้ำปีนี้จะมากสักหน่อย ประชาชนก็คงได้ยากไม่นาน ลพบุรีคงไม่จมน้ำเสียหายยับเยินขนาดนี้ นครสวรรค์คงมีแผ่นดินเหลือถ้ามีคนบริหารจัดการดี อย่าไปโทษประตูน้ำบางโฉมศรีเลย
ที่น่าสรรเสริญชื่นชมมากที่สุดก็คือ...เตี้ย 5 สั้น ที่พรรคพวกได้คุมเรื่องน้ำในบ้านนี้เมืองนี้ แต่บริหารแบบประโยชน์ส่วนตนมากกว่าส่วนรวม ขนาดทั้งแผ่นดินมีแต่น้ำตา แต่ประชาชาวบรรหารบุรีหน้าบานเพราะน้ำไม่ท่วม เพราะแกคุยผ่านสื่อว่าบริหารจัดการดีไม่มีวันท่วม มีผู้แทนที่ครองเมืองมา 30 ปีถึง 5 คน ใครไม่อยากน้ำท่วมให้มาปรึกษาได้ว่าต้องทำอย่างไร โธ่...หน้าด้าน ทำงานอย่างนี้เขาไม่ได้เรียกว่าบริหารจัดการน้ำ เขาเรียกว่า...หนีปัญหา เพราะทำประตูระบายน้ำกันน้ำไม่ให้เข้าบรรหารบุรี แ้ล้วต้องจัดการอะไรฟ่ะ.! ส่วนใครจะท่วมช่างหัวมัน และไม่ได้อยากให้ใครต้องน้ำท่วม แต่ถ้าบริหารจัดการน้ำเป็น แล้วช่วยเขาดันน้ำออกทางแม่น้ำท่่าจีน ให้ออกทะเลไวๆ มันก็ช่วยแบ่งเบาปัญหา เขาก็ไม่ท่วมหนักหนาอย่างที่เป็นอยู่
แล้วถ้าสังเกตกัน ตั้งแต่น้ำท่วมจังหวัดต่างๆ มาเป็นเดือน ไม่มีผู้สื่อข่าว หรือฝูงบินข่าว เข้าไปตรวจดูการระบายน้ำในพื้นที่บรรหารบุรี และตลอดเส้นทางแม่น้ำสุพรรณ เพื่อพิสูจน์สิ่งที่ชาวบ้านพูดว่าที่เดือดร้อน และน้ำท่วมมากมาจากการปิดประตูน้ำพลเทพ ขนาดชาวบ้านประชดให้เปลี่ยนจังหวัดที่อยู่เป็นบรรหารบุรีตามน้ำจะไม่ท่วม คอยดูฝืมือเตี้ยนี้เถอะ...ถ้าออกทีวีมีจัดฉากน้ำท่วมโชว์ แบบทฤษฎีสตอเบอร์รี่แน่ เพื่อให้ผู้สื่อข่าวเป็นพยานว่ากรูก็ท่วมเหมือนกัน แต่เพิ่งจะท่วม...ตอนที่มีนักข่าวไปถ่ายทำข่าวนะ ก่อนหน้าที่ผ่านมาและที่ชาวบ้านด่าไม่มีใครไปทำข่าวเลย ขนาดนายกปูไปประชุมที่บางโฉมศรี รับรู้ข้อมูลจากอธิบดีกรมชลประทานว่าถ้าจะบรรเทาปัญหาน้ำลพบุรี ต้องเปิดประตูน้ำพลเทพ นายกยังสั่งให้เปิดเดี๋ยวนั้นไม่ได้...เอวัง

แผนภูมิเส้นทางเดินน้ำที่จะไหลออกสู่ทะเล 1 ใน 3 คือแม่น้ำสุพรรณ ซึ่งจุดที่ปิดคือประตูพลเทพ
อย่างที่บอกแต่ต้นเรื่องน้ำอย่างไรเสีย ต้องช่วยกันเร่งผลักดันน้ำลงทะเลให้ไว มีทางออกทะเล 3 ทางแต่ใช้ได้แค่ 2 ทาง แล้วน้ำมันจะลดลงเร็วได้อย่างไร ไม่ใช่เอาทางน้ำสายที่ 3 ส่วนรวม มาใช้กันน้ำไม่ให้ท่วมบรรหารบุรี ที่ คิดแต่ว่าน้ำจะลงทะเลทางไหนกรูไม่เกี่ยว ขอให้บรรหารบุรีไม่ท่วมพอ คราวหน้าก็เอาแค่ 5 เสียงของบรรหารบุรีก็คงพอแล้ว ที่เหลือไม่รอดแน่ เพราะชาวบ้านเขาเกลียดแกเข้าไส้เลย ยังมีหน้าออกมาแก้ข่าวว่าก็น้ำมันจะท่วมบ้านท่วมเมือง แต่ไม่ท่วมเมืองกรูอย่ามาโทษกัน ก็อยากจะบอกว่าไม่ได้โทษชาวนาอยุธยาก็ไม่ได้ว่าท่าน ชาวนาที่ลำลูกกาก็ไม่ว่า ชาวนาที่อุทัย ที่อ่างทอง ที่ชัยนาท...โคตรรักท่านเลย เพราะนาเขาจมน้ำเรียบ ส่วนนาที่เมืองพี่เตี้ยไม่มีน้ำมาแพ้วพานทีเดียวเชียว อย่างนี้เขาเรียกว่า...ใจแคบ ถ้าบริหารจัดการเป็นจริงดังว่า ก็ลองปล่อยน้ำเข้าบรรหารบุรีดูซิ แล้วคุมให้น้ำออกทะเลสะดวกโดยชาวบ้านบรรหารบุรีไม่เดือดร้อน...เขาถึงเรียกว่าบริหารจัดการน้ำ ไม่ใช่กันไม่ให้น้ำเข้า ที่ทุกวันนี้ยังคุยโม้ได้...เพราะยังไม่มีน้ำไหลเข้าเมืองมาให้แสดงฝีมือเลย เพราะถ้าน้ำเข้าจริงบรรหารบุรีคงจมน้ำป๋อมแป๋มจริงไหมอ้ายเตี้ย เมืองไทยมีผู้แทนเยี่ยงนี้แผ่นดินคงต่ำไปเป็นเมตร ถ้าน้ำท่วมบรรหารบุรีบ้างอย่าสูบออกมานะเว้ย
จริงอยู่ปีนี้อย่างไรก็ท่วมไม่เถียง แต่ถ้าช่วยกันผลักน้ำลงทะเลไวหน่อย แผ่นดินและประชาชนคงไม่ได้ยากขนาดนี้ และอย่าปาก..เรื่องกรุงเทพนะ เพราะอย่างไรเสียน้ำทั้งหมดทั้งสิ้นก็ต้องผ่านกรุงเทพไปได้ ส่วนจะเสียหายมากน้อยก็สุดแต่ความสามารถของเสนาบดีทั้งหลายทั้งสิ้น...ว่ามี น้ำยาไหม แต่ถ้าโชคดีมีน้ำท่วมก็คงไม่ว่ากันเพราะเป็นคนบนแผ่นดินเดียวกัน ไม่ใช่คนเมืองบรรหารบุรีที่รักตัวกลัวเปียก ทำคนนครสวรรค์-ชัยนาท-สิงห์บุรี-ลพบุรี-อุทัยธานี-อยุธยา-ปทุมธานี-นนทบุรี ได้ยากจมน้ำ 2 เมตรนาน 2 เดือน ขอบใจนะ...เตี้ยทำให้น้ำท่วมคราวนี้ เราได้เห็นจิตใจของผู้คนว่าทิ้งกันหรือเปล่า ดังนั้น ไอ้เง้านี้พี่น้องชาวไทยอย่าปล่อยให้เป็นใหญ่ได้ เพราะใจมันแคบเหมือนท้องลูกไก่
ธงทิว 4/10/2554
Kaejiarjan Truth Difference
ขอขอบคุณภาพจาก : แตกประเด็นไทยทีวีสีช่อง 3, http://board.palungjit.com/f2/pray-for-thailand
0 ความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น
ท่านสามารถแสดงความคิดเห็นได้ครับ